พวกยิว พวกต่างชาติ และ คริสตจักร
สวัสดีครับ วันนี้แอดมินชวนทุกคนมาศึกษาคำศัพท์ทางพระคัมภีร์ที่เกี่ยวข้องกับบุคคล 3 ประเภท เรามักจะพบเห็นคำศัพท์เหล่านี้กล่าวถึงเสมอในพระคัมภีร์ ผู้คนจำนวนมากสับสน บ้างก็หลงไปกับหลักคำสอนผิดๆ เพียงเพราะพวกเขาไม่สามารถแยกแยะพระคำของพระเจ้าได้อย่างถูกต้องครับ
คำศัพท์ทางพระคัมภีร์ที่แอดมินชวนทุกคนมาดูก็คือ คำว่า พวกยิว (หรือเรารู้จักกันดีในนามชนชาติอิสราเอล) พวกต่างชาติ และ คริสตจักร โดยข้อพระคัมภีร์ 1 โครินธ์ 10:31-32 ได้จำแนกบุคคลทั้งสามประเภทออกจากกันอย่างชัดเจนครับ
(1 Corinthians 10:31) Whether therefore ye eat, or drink, or whatsoever ye do, do all to the glory of God.
(1 Corinthians 10:32) Give none offence, neither to the Jews, nor to the Gentiles, nor to the church of God:
(1 โครินธ์ 10:31) เหตุฉะนั้นเมื่อท่านจะรับประทาน จะดื่ม หรือจะทำอะไรก็ตาม จงกระทำเพื่อเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า
(1 โครินธ์ 10:32) อย่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้พวกยิว หรือพวกต่างชาติ หรือคริสตจักรของพระเจ้าหลงผิดไป
การที่เราจะเข้าใจพระคัมภีร์ได้นั้น เราจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับบริบทโดยรวมของข้อพระคัมภีร์ บางครั้งเพื่อที่จะเข้าใจพระคัมภีร์ได้อย่างชัดเจน เราจำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องราวในพระคัมภีร์ในระดับภาพรวมใหญ่เสียก่อนครับ
วิธีดีที่สุดในการศึกษาข้อพระคัมภีร์ก็คือการอ่านข้อพระคำทุกบท ทุกตอนอย่างตรงตัว พระเจ้าเขียนพระคัมภีร์ขึ้นมาก็เพื่อให้พวกเราเหล่าผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์ได้เข้าใจในสิ่งที่พระองค์เห็นว่าสมควรและจำเป็นต้องรับรู้ครับ
หลายครั้งเราหนุนใจให้ผู้เชื่อขยันอ่านพระคัมภีร์ ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งดี อย่างไรก็ตาม เราพลาดในการสอนพวกเขาให้รู้จัก ทำความเข้าใจ และแยกแยะข้อพระคัมภีร์ถึงความแตกต่างระหว่าง พวกยิว พวกต่างชาติ และคริสตจักร ที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการดำเนินเรื่องราวต่างๆในพระคัมภีร์
เราจะมาเริ่มต้นที่พวกยิวกันก่อนครับ
พวกเขาเป็นใครกันในพระคัมภีร์?
พวกยิว คือผู้คนที่เกิดมาโดยสืบเชื้อสายเลือดผ่านทางของอับราฮัม อิสอัคและยาโคบ
การเป็นพวกยิวได้นั้นต้องมาจากการคลอดและเกิดมาเท่านั้น
แล้วพวกต่างชาติ คือใคร?
กล่าวโดยย่อแล้ว พวกต่างชาติก็คือผู้คนอื่นๆ ที่เกิดมาโดยไม่ได้สืบเชื้อสายเลือดผ่านทางของอับราฮัม อิสอัคและยาโคบ
เราเห็นได้ชัดว่า การเป็นพวกยิว หรือพวกต่างชาติ ต้องอาศัยการคลอดและเกิดออกมาทางกายเท่านั้นครับ
แล้วคริสตจักร หมายถึงกลุ่มบุคคลใด?
คริสตจักร ซึ่งเป็นคำศัพท์ทางพระคัมภีร์ ไม่ได้หมายถึงโบสถ์ อาคารสิ่งปลูกสร้างที่ผู้คนไปประชุมนมัสการ แอดมินได้เขียนบทความในเรื่องนี้ที่โพส “พระคริสต์กับคริสตจักร” ทุกคนสามารถเข้าไปอ่านกันได้ครับ
คริสตจักรนั้นประกอบไปด้วยทั้งพวกยิวและพวกต่างชาติที่ได้รับการบังเกิดใหม่แล้วครับ
คนเราสามารถได้รับการบังเกิดใหม่ได้อย่างไร?
พระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้า เป็นผู้กำหนดเงื่อนไขที่ผู้คนต้องกระทำตามเพื่อให้ได้รับการบังเกิดใหม่ เรามาอ่านข้อพระคัมภีร์ ยอห์น 3:4-7 กันครับ
(John 3:4) Nicodemus saith unto him, How can a man be born when he is old? can he enter the second time into his mother’s womb, and be born?
(John 3:5) Jesus answered, Verily, verily, I say unto thee, Except a man be born of water and of the Spirit, he cannot enter into the kingdom of God.
(John 3:6) That which is born of the flesh is flesh; and that which is born of the Spirit is spirit.
(John 3:7) Marvel not that I said unto thee, Ye must be born again.
(ยอห์น 3:4) นิโคเดมัสทูลพระองค์ว่า “คนชราแล้วจะบังเกิดใหม่อย่างไรได้ จะเข้าในครรภ์มารดาครั้งที่สองและบังเกิดใหม่ได้หรือ”
(ยอห์น 3:5) พระเยซูตรัสตอบว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ถ้าผู้ใดไม่ได้บังเกิดจากน้ำและพระวิญญาณ ผู้นั้นจะเข้าในอาณาจักรของพระเจ้าไม่ได้
(ยอห์น 3:6) ซึ่งบังเกิดจากเนื้อหนังก็เป็นเนื้อหนัง และซึ่งบังเกิดจากพระวิญญาณก็คือจิตวิญญาณ
(ยอห์น 3:7) อย่าประหลาดใจที่เราบอกท่านว่า ท่านต้องบังเกิดใหม่
วันนี้ วินาทีนี้ ใครก็ตามก็สามารถบังเกิดใหม่ได้
ใครก็ตามสามารถบังเกิดใหม่ได้ หากผู้นั้นได้กลับใจเชื่อในข่าวประเสริฐเรื่องการตาย การถูกฝังไว้ และการฟื้นคืนพระชนม์ขององค์พระเยซูคริสต์ หัวใจแห่งข่าวประเสริฐเรื่องนี้ถูกเขียนไว้ในข้อพระคัมภีร์ 1 โครินธ์ 15:1-4 ครับ
(1 Corinthians 15:1) Moreover, brethren, I declare unto you the gospel which I preached unto you, which also ye have received, and wherein ye stand;
(1 Corinthians 15:2) By which also ye are saved, if ye keep in memory what I preached unto you, unless ye have believed in vain.
(1 Corinthians 15:3) For I delivered unto you first of all that which I also received, how that Christ died for our sins according to the scriptures;
(1 Corinthians 15:4) And that he was buried, and that he rose again the third day according to the scriptures:
(1 โครินธ์ 15:1) ยิ่งกว่านี้ พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอให้ท่านคำนึงถึงข่าวประเสริฐที่ข้าพเจ้าเคยประกาศแก่ท่านทั้งหลาย ซึ่งท่านได้ยอมรับไว้ อันเป็นฐานซึ่งท่านทั้งหลายตั้งมั่นอยู่
(1 โครินธ์ 15:2) และซึ่งทำให้ท่านรอดด้วย ถ้าท่านยึดหลักคำสอนที่ข้าพเจ้าได้ประกาศไว้แก่ท่านทั้งหลายนั้น เว้นเสียแต่ท่านได้เชื่ออย่างไร้ประโยชน์
(1 โครินธ์ 15:3) เรื่องซึ่งข้าพเจ้ารับไว้นั้น ข้าพเจ้าได้ประกาศแก่ท่านทั้งหลายก่อน คือว่าพระคริสต์ได้ทรงวายพระชนม์เพราะบาปของเราทั้งหลาย ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์
(1 โครินธ์ 15:4) และทรงถูกฝังไว้ แล้ววันที่สามพระองค์ทรงเป็นขึ้นมาใหม่ตามที่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์นั้น
ทั้งพวกยิวและพวกต่างชาติที่ได้รับการบังเกิดใหม่ก็ได้กลายมาเป็นสมาชิกของคริสตจักรครับ
สิ่งใดที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างพวกยิวและพวกต่างชาติเข้าด้วยกัน?
สิ่งนั้นไม่ใช่การคลอดเกิดออกมาทางกายภาพอย่างแน่นอน หากแต่เป็นการบังเกิดใหม่ฝ่ายจิตวิญญาณที่นำพวกยิวและพวกต่างชาติเข้ามาหาด้วยกัน
พระเจ้าได้ทรงเรียกพวกยิวให้เป็นเหล่าประชากรของพระองค์ ให้เป็นชนชาติที่แยกตั้งไว้ออกห่างจากประชาชาติอื่นๆ บนพื้นแผ่นดินโลกนี้ครับ
(Exodus 33:16) For wherein shall it be known here that I and thy people have found grace in thy sight? is it not in that thou goest with us? so shall we be separated, I and thy people, from all the people that are upon the face of the earth.
(อพยพ 33:16) ทำอย่างไรจะทราบได้ตรงนี้ว่า ข้าพระองค์และพลไพร่ของพระองค์ได้รับพระกรุณาในสายพระเนตรของพระองค์แล้ว ก็เมื่อพระองค์เสด็จไปกับพวกข้าพระองค์ด้วยมิใช่หรือ ดังนี้ เราทั้งหลายทั้งข้าพระองค์และพลไพร่ของพระองค์จึงจะแยกออกจากชนชาติทั้งปวงที่อยู่บนพื้นแผ่นดินโลก”
ตลอดทั้งพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิม เมื่อใดก็ตามที่พวกยิวหันไปประพฤติและทำตามแบบอย่างของพวกต่างชาติ พวกยิวเองต่างต้องพบเจอกับพระพิโรธของพระเจ้าเสมอ
พวกยิวเป็นเพียงคนกลุ่มเดียวเท่านั้นที่พระเจ้าประทานพระราชบัญญัติและกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับการดำเนินชีวิตของพวกเขา ข้อได้เปรียบใหญ่ๆ ของพวกยิวเหนือพวกต่างชาติก็คือพวกเขามีพระคำของพระเจ้าครับ
(Romans 3:1) What advantage then hath the Jew? or what profit is there of circumcision?
(Romans 3:2) Much every way: chiefly, because that unto them were committed the oracles of God.
(โรม 3:1) ถ้าเช่นนั้น พวกยิวจะได้เปรียบคนอื่นอย่างไร และการเข้าสุหนัตนั้นจะมีประโยชน์อะไร
(โรม 3:2) มีประโยชน์มากในทุกสถาน เป็นต้นว่าพวกยิวได้เป็นผู้รับมอบให้รักษาพระดำรัสของพระเจ้า
คนไหนที่เคยได้อ่านพระคัมภีร์อพยพ ในบทที่ 19 คงจำได้ถึงฉากอันยิ่งใหญ่ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จลงมาที่เขาซีนายเพื่อพบกับโมเสส
เมื่อครั้งนั้น พระเจ้าได้พูดและสื่อสารไปยังพวกยิวหรือชนชาติอิสราเอลโดยตรง พระองค์แสดงความยิ่งใหญ่และฤทธานุภาพ อีกทั้งกระทำพันธสัญญากับชนชาตินี้ครับ
ชนชาติอิสราเอลจะได้รับพระพร หากพวกเขารักษาพระราชบัญญัติและกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่พระเจ้าได้บัญชาพวกเขาไว้
ในทางทฤษฎีแล้ว พวกยิวหรือชนชาติอิสราเอลควรจะเป็นแบบอย่างอันสมบูรณ์แบบในการดำเนินชีวิตของพวกเขา
นี่ก็เพราะว่าพวกเขาได้รับพระราชบัญญัติและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ มาจากพระเจ้าโดยตรง พวกเขารู้ถึงแนวทางและหลักปฏิบัติในการใช้ชีวิตสำหรับเหตุการณ์ต่าง ๆ นอกจากนี้พวกยิวยังมีเหล่าผู้พยากรณ์ที่คอยนำข้อความจากพระเจ้ามาถึงพวกเขาอีกด้วย
อย่างไรก็ตามเมื่อทุกคนได้ลองอ่านพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิมจนจบ เราจะเห็นได้ว่าพวกยิวได้ล้มเหลวในเรื่องนี้อย่างสิ้นเชิงครับ
ต่อมาเรามาลองดูข้อเปรียบเทียบคร่าว ๆระหว่างพวกยิว และพวกต่างชาติกันครับ
(Ephesians 2:11) Wherefore remember, that ye being in time past Gentiles in the flesh, who are called Uncircumcision by that which is called the Circumcision in the flesh made by hands;
(Ephesians 2:12) That at that time ye were without Christ, being aliens from the commonwealth of Israel, and strangers from the covenants of promise, having no hope, and without God in the world:
(เอเฟซัส 2:11) เหตุฉะนั้นท่านจงระลึกว่า เมื่อก่อนท่านเคยเป็นคนต่างชาติตามเนื้อหนัง และพวกที่รับพิธีเข้าสุหนัตซึ่งกระทำแก่เนื้อหนังด้วยมือเคยเรียกท่านว่า เป็นพวกที่มิได้เข้าสุหนัต
(เอเฟซัส 2:12) จงระลึกว่า ครั้งนั้นท่านทั้งหลายเป็นคนอยู่นอกพระคริสต์ ขาดจากการเป็นพลเมืองอิสราเอลและไม่มีส่วนในบรรดาพันธสัญญาซึ่งทรงสัญญาไว้นั้น ไม่มีที่หวัง และอยู่ในโลกปราศจากพระเจ้า
หากพูดถึงสถานะทางกายภาพของพวกต่างชาติที่คลอดเกิดมา พระคัมภีร์ข้อนี้บอกเราชัดเจนว่า พวกต่างชาติไม่มีพันธสัญญาใดๆ กับพระเจ้าเลย พวกเขาไม่มีพระสัญญา ไม่มีความหวัง หรือแม้แต่ความสัมพันธ์ใดกับพระเจ้าเลย
ในทางกลับกัน พวกยิวที่คลอดเกิดออกมา มีพันธสัญญา พระสัญญา และความสัมพันธ์กับพระเจ้า
อย่างไรก็ตาม เรามาดูกันว่าในสายพระเนตรของพระเจ้านั้น พระองค์มองพวกยิวและพวกต่างชาติ ว่าเป็นอย่างไร ประเด็นเรื่องนี้สำคัญมาก แอดมินขอให้ทุกคนตั้งใจอ่านพระคัมภีร์นี้ให้ดีครับ
(Romans 3:9) What then? are we better than they? No, in no wise: for we have before proved both Jews and Gentiles, that they are all under sin;
(Romans 3:10) As it is written, There is none righteous, no, not one:
(โรม 3:9) ถ้าเช่นนั้นจะเป็นอย่างไร พวกเราจะได้เปรียบกว่าพวกเขาหรือ เปล่าเลย เพราะเราได้ชี้แจงให้เห็นแล้วว่า ทั้งพวกยิวและพวกต่างชาติต่างก็อยู่ใต้อำนาจของบาปทุกคน
(โรม 3:10) ตามที่มีเขียนไว้แล้วว่า `ไม่มีผู้ใดเป็นคนชอบธรรมสักคนเดียว ไม่มีเลย
ในสายพระเนตรของพระเจ้า ทั้งพวกยิว และพวกต่างชาติต่างก็อยู่ใต้อำนาจของบาปทุกคน
ทั้งพวกยิวและพวกต่างชาติต่างไม่มีความชอบธรรมใดๆ เลย
ทั้งพวกยิวและพวกต่างชาติจำเป็นต้องได้รับความรอดด้วยกันทั้งสิ้น
คราวนี้ เราจะมาดูกันว่า คริสตจักร นั้นมีความแตกต่างอย่างไร
คริสตจักรเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาใหม่ เป็นสิ่งซึ่งไม่เคยมีอยู่มาก่อน จนกระทั่งองค์พระเยซูคริสต์ได้เสด็จมาครั้งแรก
เรามาอ่านข้อพระคัมภีร์ มัทธิว 16:18 กันครับ
(Matthew 16:18) And I say also unto thee, That thou art Peter, and upon this rock I will build my church; and the gates of hell shall not prevail against it.
(มัทธิว 16:18) ฝ่ายเราบอกท่านด้วยว่า ท่านคือเปโตร และบนศิลานี้เราจะสร้างคริสตจักรของเราไว้ และประตูแห่งนรกจะมีชัยต่อคริสตจักรนั้นก็หามิได้
คำว่า คริสตจักร ได้ปรากฏเป็นครั้งแรกในพระคัมภีร์ข้อนี้
พระคำข้อนี้กล่าวโดยองค์พระเยซูคริสต์ ผู้ซึ่งเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า แอดมินชวนให้ทุกคนสังเกตและอ่านดี ๆ ครับ
เราจะสร้างคริสตจักรของเราไว้
นี่เป็นประโยคบอกเล่าถึงสิ่งในอนาคต
จากพระคัมภีร์ข้อนี้ เราเห็นได้ว่า มีช่วงเวลาในอดีตที่ตอนนั้นยังไม่มีคริสตจักรเกิดขึ้น และต่อมาก็จะมีช่วงเวลาที่คริสตจักรจะได้รับการสร้างขึ้นมา
คริสตจักรเป็นสิ่งใหม่ และไม่ได้เป็นการมาแทนที่พวกยิวหรือชนชาติอิสราเอลแต่อย่างใดครับ
เรามาดูกันว่าพระสัญญาของพระเจ้าต่อพวกยิว และ คริสตจักร คืออะไรกันครับ
(Deuteronomy 8:7) For the LORD thy God bringeth thee into a good land, a land of brooks of water, of fountains and depths that spring out of valleys and hills;
(Deuteronomy 8:8) A land of wheat, and barley, and vines, and fig trees, and pomegranates; a land of oil olive, and honey;
(Deuteronomy 8:9) A land wherein thou shalt eat bread without scarceness, thou shalt not lack any thing in it; a land whose stones are iron, and out of whose hills thou mayest dig brass.
(เฉลยธรรมบัญญัติ 8:7) เพราะพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านจะทรงพาท่านเข้าไปในแผ่นดินที่ดี เป็นแผ่นดินที่มีธารน้ำ น้ำพุ และน้ำบาดาลไหลออกมากลางหุบเขาและเนินเขา
(เฉลยธรรมบัญญัติ 8:8) แผ่นดินที่มีข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์ เถาองุ่น ต้นมะเดื่อ ต้นทับทิม เป็นแผ่นดินที่มีน้ำมันมะกอกเทศและน้ำผึ้ง
(เฉลยธรรมบัญญัติ 8:9) เป็นแผ่นดินที่ท่านจะรับประทานอาหารอย่างอุดมซึ่งท่านจะไม่ขาดสิ่งใดเลย เป็นแผ่นดินที่ศิลาเป็นเหล็ก และท่านจะขุดทองสัมฤทธิ์ได้จากภูเขา
เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่าพระเจ้าสัญญากับชนชาติอิสราเอลที่จะมอบพื้นแผ่นดินอันสวยงาม อุดมสมบูรณ์ให้กับพวกเขา อย่างไรก็ตามพระพรทางกายภาพในเรื่องนี้ตามมาด้วยเงื่อนไขเหมือนกันครับ พื้นแผ่นดินนี้ที่พระเจ้าสัญญากับอับราฮัมบรรพบุรุษพวกยิว ครอบคลุมบริเวณแม่น้ำไนล์ไปจนถึงแม่น้ำยูเฟรติสครับ
(Genesis 15:18) In the same day the LORD made a covenant with Abram, saying, Unto thy seed have I given this land, from the river of Egypt unto the great river, the river Euphrates:
(ปฐมกาล 15:18) ในวันเดียวกันนั้นพระเยโฮวาห์ทรงกระทำพันธสัญญากับอับรามว่า “เราได้ยกแผ่นดินนี้แก่เชื้อสายของเจ้าแล้ว ตั้งแต่แม่น้ำอียิปต์ไปจนถึงแม่น้ำใหญ่ คือแม่น้ำยูเฟรติส
แล้วพระสัญญาสำหรับ คริสตจักร คืออะไรกัน?
พระสัญญาหนึ่งสำหรับคริสตจักร ที่เป็นพระพรสำหรับผู้เชื่อที่ได้รับความรอดแล้ว มีกล่าวไว้ในพระคัมภีร์ 1 เปโตร 1:3-5 ครับ
(1 Peter 1:3) Blessed be the God and Father of our Lord Jesus Christ, which according to his abundant mercy hath begotten us again unto a lively hope by the resurrection of Jesus Christ from the dead,
(1 Peter 1:4) To an inheritance incorruptible, and undefiled, and that fadeth not away, reserved in heaven for you,
(1 Peter 1:5) Who are kept by the power of God through faith unto salvation ready to be revealed in the last time.
(1 เปโตร 1:3) จงถวายสรรเสริญแด่พระเจ้าพระบิดาแห่งพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา ผู้ได้ทรงพระมหากรุณาแก่เรา ทรงโปรดให้เราบังเกิดใหม่ เข้าสู่ความหวังใจอันมีชีวิตอยู่ โดยการคืนพระชนม์จากความตายของพระเยซูคริสต์
(1 เปโตร 1:4) และเพื่อให้ได้รับมรดกซึ่งไม่รู้เปื่อยเน่า ปราศจากมลทินและไม่ร่วงโรย ซึ่งได้รักษาไว้ในสวรรค์เพื่อท่านทั้งหลาย
(1 เปโตร 1:5) ซึ่งเป็นผู้ที่ฤทธิ์เดชของพระเจ้าได้ทรงคุ้มครองไว้ด้วยความเชื่อให้ถึงความรอด ซึ่งพร้อมแล้วที่จะปรากฏในวาระสุดท้าย
พระคัมภีร์ข้อนี้กล่าวถึงพระสัญญาอันเป็นพระพรฝ่ายวิญญาณสำหรับผู้เชื่อที่ได้รับความรอดแล้วทุกคน ซึ่งได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของคริสตจักรที่พระเยซูคริสต์เป็นผู้สร้างขึ้นครับ ไม่ว่าเขาหรือเธอคนนั้นจะคลอด เกิดมาเป็นพวกยิว หรือพวกต่างชาติก็ตาม
วันนี้หากคนไหนที่ได้รับความรอดแล้ว เรามีพระพรอันยิ่งใหญ่เลยนะครับ
เรามี
มรดกซึ่งไม่รู้เปื่อยเน่า ปราศจากมลทินและไม่ร่วงโรย ซึ่งได้รักษาไว้ในสวรรค์
สำหรับใครที่อยากรู้ว่า จะได้รับพระพรนี้ได้อย่างไร ก็สามารถกลับไปอ่านโพส “จะรอดไหมเนี่ย” กันได้ครับ
ขอพระเจ้าอวยพรครับ
แอดมิน



Users Today : 6
Users Last 30 days : 347
Total Users : 10700