พระเยซูเท่านั้น
สวัสดีครับทุกคน วันนี้แอดชวนทุกคนมาศึกษาทบทวนข้อพระคัมภีร์กัน โดยโพสนี้จะมาดูว่าทำไมเราจึงสามารถเชื่อใจ และไว้วางใจให้พระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเราได้อย่างไม่ลังเลยเลยครับ
แอดมินเน้นย้ำเสมอว่าความเชื่อคริสเตียนมีพื้นฐานสำคัญมาจากพระคัมภีร์ (The Holy Bible) ที่มีเขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และที่สำคัญคนไทยเองก็มีพระคัมภีร์ภาคภาษาไทยที่เราสามารถอ่านและเข้าใจได้ครับ แนวคิด ค่านิยม หรือความคิดเห็นของตัวบุคคลหรือของสังคม ไม่ใช่มาตรฐานหลักที่จะใช้บอกว่าอะไรผิดหรืออะไรถูก การกลับมาอ่านและดูว่าสิ่งที่พระคัมภีร์เขียนเอาไว้ในเรื่องต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่คริสเตียนเองควรปฏิบัติ เราสามารถเชื่อถือได้ว่าสิ่งที่พระคัมภีร์มีเขียนไว้นั้นปราศจากข้อผิดพลาดอย่างแน่นอน ก็เพราะว่าพระเจ้าเองเป็นผู้ดลใจผู้เขียนพระคัมภีร์ และพระองค์ก็เป็นผู้ที่ธำรงรักษาพระวจนะของพระองค์เองเอาไว้ครับ ทุกคนสามารถอ่านโพส “รู้จักกับพระคัมภีร์ (The Holy Bible)” ย้อนหลังสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ครับ
เรามาเริ่มต้นด้วยพระคัมภีร์ข้อแรกกัน
(Psalms 14:2) The LORD looked down from heaven upon the children of men, to see if there were any that did understand, and seek God.
(Psalms 14:3) They are all gone aside, they are all together become filthy: there is none that doeth good, no, not one.
(สดุดี 14:2) พระเยโฮวาห์ทรงมองลงมาจากฟ้าสวรรค์ ดูบุตรทั้งหลายของมนุษย์ว่าจะมีคนใดบ้างที่เข้าใจที่เสาะแสวงหาพระเจ้า
(สดุดี 14:3) เขาทั้งหลายก็หลงเจิ่นไปหมด เขาทั้งหลายก็เลวทรามลงเหมือนกันสิ้น ไม่มีสักคนเดียวที่ทำดี ไม่มีเลย
พระคัมภีร์ข้อนี้กล่าวเกี่ยวกับสถานะของคนเราว่าอย่างไรครับ?
สิ่งที่เราเห็นได้ชัดเจนก็คือ พระเจ้าบอกว่า ไม่มีสักคนเดียวที่ทำดี ไม่มีเลย เรามาดูพระคัมภีร์ข้อต่อมากันครับ ว่าจะมีความสอดคล้องกับข้อนี้หรือไม่
(Ecclesiastes 7:20) For there is not a just man upon earth, that doeth good, and sinneth not.
(ปัญญาจารย์ 7:20) แน่ทีเดียวไม่มีคนชอบธรรมสักคนเดียวบนแผ่นดินโลก ที่ได้ประพฤติล้วนแต่ความดี และไม่กระทำบาปเลย
พระคัมภีร์ข้อนี้กล่าวเกี่ยวกับสถานะของคนเราว่าอย่างไรครับ?
พระคัมภีร์ข้อนี้ ก็ยังยืนยันความเดิม ก็คือ ไม่มีคนชอบธรรมสักคนเดียวบนแผ่นดินโลก ที่ได้ประพฤติล้วนแต่ความดีและไม่กระทำบาปเลย คำว่า “ชอบธรรม” ใช้อธิบายถึงตัวบุคคลหมายถึง ผู้ที่มีจิตใจบริสุทธิ์และปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระเจ้า เมื่อเราได้อ่านพระคัมภีร์ข้อนี้อย่างไม่มีอคติ ด้วยใจที่อ่อนน้อม เราจะพบว่า พระคัมภีร์ข้อนี้เป็นความจริง ตั้งแต่เกิดมาคนเราทุกคนย่อมมีครั้งหนึ่งครั้งใดในชีวิตที่กระทำสิ่งไม่ดี สิ่งที่ผิดศีลธรรม สิ่งที่เป็นบาป
(Romans 3:23) For all have sinned, and come short of the glory of God;
(โรม 3:23) เหตุว่าทุกคนทำบาป และเสื่อมจากสง่าราศีของพระเจ้า
พระคัมภีร์ข้อนี้กล่าวเกี่ยวกับสถานะของคนเราว่าอย่างไรครับ?
นี่ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่พระคัมภีร์ ยังยืนยันความเดิม ก็คือ ทุกคนทำบาป
(1 John 1:8) If we say that we have no sin, we deceive ourselves, and the truth is not in us.
(1 ยอห์น 1:8) ถ้าเราทั้งหลายจะว่าเราไม่มีบาป เราก็หลอกตัวเอง และความจริงไม่ได้อยู่ในเราเลย
สำหรับคนที่บอกว่าตัวเองไม่มีบาป พระคัมภีร์ข้อนี้บอกว่า บุคคลนั้นเป็นผู้ที่หลอกตัวเอง
จากข้อพระคัมภีร์ทั้งสี่ข้อด้านบนที่เราได้ศึกษามา ตอนนี้ก็ชัดเจนแล้วว่า มนุษย์เราทุกคนล้วนแต่มีความบาปด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าสถานะทางสังคมของบุคคลนั้นจะเป็นเช่นไร เด็ก ผู้ใหญ่ คนรวย คนจน ผู้มีอาชีพการงานสูงส่ง ผู้มีตำแหน่งทางการเมือง ผู้ปกครองประเทศ ผู้นำศาสนา บุคคลเหล่านี้ล้วนแต่มีความบาปด้วยกันทั้งนั้น ด้วยเหตุนี้ หากเราจะหาทางรอดจากความบาปจากผู้คนเหล่านี้ย่อมเป็นไปไม่ได้เลยครับ
แล้วถ้าอย่างนั้นจะมีใครที่ไม่มีบาปในตัวของเขาเลย?
แอดมินขอให้ทุกคนมาอ่านข้อพระคัมภีร์ข้างล่างนี้กันครับ
(Hebrews 4:14) Seeing then that we have a great high priest, that is passed into the heavens, Jesus the Son of God, let us hold fast our profession.
(Hebrews 4:15) For we have not an high priest which cannot be touched with the feeling of our infirmities; but was in all points tempted like as we are, yet without sin.
(ฮีบรู 4:14) เหตุฉะนั้นเมื่อเรามีมหาปุโรหิตผู้เป็นใหญ่ที่ผ่านฟ้าสวรรค์ไปแล้ว คือพระเยซูพระบุตรของพระเจ้า ขอให้เราทั้งหลายมั่นคงในการยอมรับของเราไว้
(ฮีบรู 4:15) เพราะว่าเรามิได้มีมหาปุโรหิตที่ไม่สามารถจะเห็นใจในความอ่อนแอของเรา แต่ได้ทรงถูกทดลองเหมือนอย่างเราทุกประการ ถึงกระนั้นพระองค์ก็ยังปราศจากบาป
พระคัมภีร์ข้อนี้กล่าวถึงพระเยซูคริสต์ในฐานะพระบุตรของพระเจ้า พระองค์มีสภาพเนื้อหนังกายมนุษย์ แต่ในขณะเดียวกันพระองค์ยังคงมีเทวสภาพเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยเช่นกัน พระคัมภีร์ข้อนี้บอกเราอีกว่า ในสภาพการเป็นมนุษย์ขององค์พระเยซูคริสต์นั้น พระองค์เองถูกทดลองกับเรื่องของความบาป แต่อย่างไรก็ตามพระองค์ก็ยังปราศจากบาปครับ
(1 Peter 2:21) For even hereunto were ye called: because Christ also suffered for us, leaving us an example, that ye should follow his steps:
(1 Peter 2:22) Who did no sin, neither was guile found in his mouth:
(1 เปโตร 2:21) ด้วยว่าท่านทั้งหลายถูกทรงเรียกไว้สำหรับเหตุการณ์นั้น เพราะว่าพระคริสต์ได้ทรงรับทนทุกข์ทรมานเพื่อเราทั้งหลาย ให้เป็นแบบอย่างแก่เรา เพื่อท่านจะได้ตามรอยพระบาทของพระองค์
(1 เปโตร 2:22) พระองค์ไม่ได้ทรงกระทำบาปเลย และไม่ได้พบอุบายในพระโอษฐ์ของพระองค์เลย
พระคัมภีร์ข้อนี้บอกอย่างชัดเจนว่าองค์พระเยซูคริสต์ ไม่ได้ทรงกระทำบาปเลย
(1 John 3:5) And ye know that he was manifested to take away our sins; and in him is no sin.
(1 ยอห์น 3:5) ท่านทั้งหลายก็รู้อยู่แล้วว่า พระองค์ได้ทรงปรากฏเพื่อนำบาปทั้งหลายของเราไปเสีย และบาปในพระองค์ไม่มีเลย
เรามาดูพระคัมภีร์ข้อนี้เพิ่มเติมกันครับ อีกครั้งหนึ่งเราเห็นว่ามีแต่องค์พระเยซูคริสต์เท่านั้นที่บาปในพระองค์ไม่มีเลย
(2 Corinthians 5:21) For he hath made him to be sin for us, who knew no sin; that we might be made the righteousness of God in him.
(2 โครินธ์ 5:21) เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงกระทำพระองค์ผู้ทรงไม่มีบาป ให้เป็นความบาปเพราะเห็นแก่เรา เพื่อเราจะได้เป็นคนชอบธรรมของพระเจ้าทางพระองค์
นี่ก็เป็นข้อพระคัมภีร์สุดท้ายของโพสนี้ เราเห็นความสอดคล้องของข้อพระคัมภีร์ที่กล่าวมาข้างต้น ถึงสถานะขององค์พระเยซูคริสต์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าพระองค์เองเป็นผู้ทรงไม่มีบาป ดังนั้นหากเราจะหาใครสักคนที่จะสามารถมอบทางรอดจากความบาป ก็ไม่มีใครอีกแล้วนอกจากองค์พระเยซูคริสต์เท่านั้นครับ
สำหรับคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ และยังไม่รู้ว่าจะหาทางรอดจากความบาปได้อย่างไร แอดมินแนะนำให้อ่านโพส “จะรอดไหมเนี่ย” ได้อีกครั้งครับ
ขอพระเจ้าอวยพรครับ
แอดมิน




Users Today : 5
Users Last 30 days : 356
Total Users : 10699