ขจัดความกลัว
สวัสดีครับทุกคน ตอนนี้ก็เข้าสู่ปี 2566 และอีกไม่กี่วันก็จะสิ้นเดือนมกราคมแล้ว วันและเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วครับ หลายคนเองก็ผ่านช่วงเวลาการฉลองวันขึ้นปีใหม่ ตอนนี้หลายคนก็คงกลับสู่วิถีชีวิตการทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน บางคนก็อาจจะรู้สึกเป็นกังวล กลัวว่าปีนี้จะมีอะไรผ่านเข้ามาในชีวิตอีกบ้าง กลัวในเรื่องสุขภาพว่าจะมีโรคภัยไข้เจ็บอะไรเข้ามา กลัวว่าหน้าที่การงานจะมีปัญหา กลัวในเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัว ในชีวิตสมรส กลัวในเรื่องการเงิน และอื่นๆอีกมากมาย วันนี้แอดมินชวนทุกคนมาดูกันว่าพระคัมภีร์ได้สอนและให้คำแนะนำว่าอย่างไรบ้างโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการขจัดความกลัว ครับ
(1 John 4:18) There is no fear in love; but perfect love casteth out fear: because fear hath torment. He that feareth is not made perfect in love.
(1 John 4:19) We love him, because he first loved us.
(1 ยอห์น 4:18) ในความรักนั้นไม่มีความกลัว แต่ความรักที่สมบูรณ์นั้นก็ได้ขจัดความกลัวเสีย ด้วยว่าความกลัวทำให้ทุกข์ทรมาน และผู้ที่มีความกลัวก็ยังไม่มีความรักที่สมบูรณ์
(1 ยอห์น 4:19) เราทั้งหลายรักพระองค์ ก็เพราะพระองค์ทรงรักเราก่อน
คำว่า กลัว (fear) มีกล่าวไว้ถึง 385 ครั้งในพระคัมภีร์ สิ่งใดที่เราหวาดกลัว สิ่งนั้นจะสร้างความทรมานให้กับเรา อย่างไรก็ตามในพระคัมภีร์มีบัญชาไว้ถึง 63 ครั้ง ที่ให้เราอย่าได้กลัวไปเลย
(Joshua 1:8) This book of the law shall not depart out of thy mouth; but thou shalt meditate therein day and night, that thou mayest observe to do according to all that is written therein: for then thou shalt make thy way prosperous, and then thou shalt have good success.
(Joshua 1:9) Have not I commanded thee? Be strong and of a good courage; be not afraid, neither be thou dismayed: for the LORD thy God is with thee whithersoever thou goest.
(โยชูวา 1:8) อย่าให้หนังสือพระราชบัญญัตินี้ห่างเหินไปจากปากของเจ้า แต่เจ้าจงตรึกตรองตามนั้นทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อเจ้าจะได้ระวังที่จะกระทำตามข้อความที่เขียนไว้นั้นทุกประการ แล้วเจ้าจะมีความจำเริญ และเจ้าจะสำเร็จผลเป็นอย่างดี
(โยชูวา 1:9) เราสั่งเจ้าไว้แล้วมิใช่หรือว่า จงเข้มแข็งและกล้าหาญเถิด อย่าตกใจหรือคร้ามกลัวเลย เพราะว่าเจ้าไปในถิ่นฐานใด พระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้าทรงสถิตกับเจ้า”
หลังจากที่โมเสสได้สิ้นชีวิตไปแล้ว โยชูวาได้รับช่วงต่อในการนำชาวอิสราเอลเข้าไปสู่แผ่นดินแห่งพันธสัญญา นี่เป็นงานที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่คนๆเดียวจะทำได้ แน่นอนว่าโยชูวาเองก็คงมีความกลัวไม่น้อยว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากที่เขารับสานต่อภารกิจนี้ สำหรับพวกเราในฐานะผู้เชื่อ เราต้องจำไว้เสมอว่าพระเยซูคริสต์จะไม่มีวันทอดทิ้งเรา พระเจ้าเองก็บัญชาให้เราไม่ต้องกลัว ในทางปฏิบัติเราจำเป็นต้องนำความคิดของเรามาจดจ่อที่พระคำของพระเจ้าครับ
(1 Chronicles 28:20) And David said to Solomon his son, Be strong and of good courage, and do it: fear not, nor be dismayed: for the LORD God, even my God, will be with thee; he will not fail thee, nor forsake thee, until thou hast finished all the work for the service of the house of the LORD.
(1 พงศาวดาร 28:20) แล้วดาวิดตรัสกับซาโลมอนโอรสของพระองค์ว่า “จงเข้มแข็งและกล้าหาญ และทำให้สำเร็จเถิด อย่ากลัวเลย อย่าขยาด เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้า คือพระเจ้าของข้าจะทรงสถิตกับเจ้า พระองค์จะไม่ทรงปล่อยให้เจ้าล้มเหลวหรือทอดทิ้งเจ้า จนกว่างานทั้งสิ้นสำหรับงานปรนนิบัติแห่งพระนิเวศของพระเยโฮวาห์จะสำเร็จ
กษัตริย์ดาวิดก็ยังหนุนใจให้พระราชโอรสของพระองค์ให้อย่าได้กลัวเลย สำหรับภารกิจในการสร้างพระวิหารของพระเจ้า การประยุกต์ใช้ก็คือ พวกเราที่ทำงานรับใช้พันธกิจต่างๆของคริสตจักรเพื่อถวายเป็นพระเกียรติของพระเจ้า ไม่ว่าจะเป็นการประกาศข่าวประเสริฐ การสอนและเทศนาพระคำของพระเจ้า หรือแม้แต่การจัดตั้งคริสตจักรท้องถิ่นใหม่ๆ ให้เราจดจำพระคำของพระเจ้าที่บัญชาให้เรา อย่ากลัวเลย
(Psalms 27:1) The LORD is my light and my salvation; whom shall I fear? the LORD is the strength of my life; of whom shall I be afraid?
(Psalms 27:2) When the wicked, even mine enemies and my foes, came upon me to eat up my flesh, they stumbled and fell.
(สดุดี 27:1) พระเยโฮวาห์ทรงเป็นความสว่างและความรอดของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะกลัวผู้ใดเล่า พระเยโฮวาห์ทรงเป็นที่กำบังเข้มแข็งแห่งชีวิตข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะต้องเกรงใคร
(สดุดี 27:2) เมื่อคนชั่วได้เข้ามาหาข้าพเจ้าเพื่อจะกินเนื้อข้าพเจ้า คือปฏิปักษ์และคู่อริของข้าพเจ้า เขาได้สะดุดและล้มลง
สำหรับผู้เชื่อทีได้รับความรอดแล้ว พวกเรามีองค์พระผู้เป็นเจ้า เราเองไม่จำเป็นต้องหวาดกลัว นี่เป็นคำพูดที่ง่าย แต่ยากจะนำมาประยุกต์ใช้ อย่างไรก็ตามเราจำเป็นต้องกลับมาที่พระคำของพระเจ้าในทุกๆครั้งเมื่อมีเหตุการณ์ หรือสถานการณ์ที่ยากลำบากเข้ามาในชีวิตของเราครับ
ตอนนี้เรามาดูในพระคัมภีร์ใหม่ว่าพระเจ้าสอนในเรื่องที่พวกเราเป็นกังวลหรือกลัวกันครับ
(John 14:25) These things have I spoken unto you, being yet present with you.
(John 14:26) But the Comforter, which is the Holy Ghost, whom the Father will send in my name, he shall teach you all things, and bring all things to your remembrance, whatsoever I have said unto you.
(John 14:27) Peace I leave with you, my peace I give unto you: not as the world giveth, give I unto you. Let not your heart be troubled, neither let it be afraid.
(ยอห์น 14:25) เราได้กล่าวคำเหล่านี้แก่ท่านทั้งหลายเมื่อเรายังอยู่กับท่าน
(ยอห์น 14:26) แต่พระองค์ผู้ปลอบประโลมใจนั้นคือพระวิญญาณบริสุทธิ์ ผู้ซึ่งพระบิดาจะทรงใช้มาในนามของเรา พระองค์นั้นจะทรงสอนท่านทั้งหลายทุกสิ่ง และจะให้ท่านระลึกถึงทุกสิ่งที่เราได้กล่าวไว้แก่ท่านแล้ว
(ยอห์น 14:27) เรามอบสันติสุขไว้ให้แก่ท่านแล้ว สันติสุขของเราที่ให้แก่ท่านนั้น เราให้ท่านไม่เหมือนโลกให้ อย่าให้ใจของท่านวิตกและอย่ากลัวเลย
การประยุกต์ใช้พระคำนี้ก็คือ เราต้องเรียนรู้ว่าการกลัว การวิตกกังวลไม่ได้ก่อผลดีอะไรเลย เราต้องพยายามควบคุมความคิดและใจของตนเองไม่มัวแต่กลัวหรือกังวล โดยปกติแล้วคนเรามักจะกลัวและเป็นกังวลกับสิ่งที่เกินความสามารถในการควบคุมของเราครับ
แล้วเรามีวิธีแก้ปัญหาสำหรับคนที่ชอบกลัวและเป็นกังวลไหมแอดมิน?
แน่นอนครับว่าพระเจ้ามีคำตอบผ่านทางพระคำของพระองค์ เรามาอ่านพระคำนี้กันครับ
(Proverbs 1:32) For the turning away of the simple shall slay them, and the prosperity of fools shall destroy them.
(Proverbs 1:33) But whoso hearkeneth unto me shall dwell safely, and shall be quiet from fear of evil.
(สุภาษิต 1:32) เพราะการหันกลับของคนโง่จะฆ่าเขา และความเจริญของคนโง่จะทำลายเขา
(สุภาษิต 1:33) แต่บุคคลผู้ฟังเราจะอยู่อย่างปลอดภัย เขาจะอยู่อย่างสุขสงบปราศจากความคิดพรั่นพรึงในความชั่วร้าย”
ทางแก้เรื่องความกลัว ความวิตกกังวลก็คือการที่เราหมั่นรับฟังพระคำของพระเจ้าครับ
(Luke 21:26) Men’s hearts failing them for fear, and for looking after those things which are coming on the earth: for the powers of heaven shall be shaken.
(ลูกา 21:26) จิตใจมนุษย์ก็จะสลบไสลไปเพราะความกลัว และเพราะสังหรณ์ถึงเหตุการณ์ซึ่งจะบังเกิดในโลก ด้วยว่า `บรรดาสิ่งที่มีอำนาจในท้องฟ้าจะสะเทือนสะท้านไป’
ผู้คนหวาดกลัวก็เพราะพวกเขามองดูสิ่งที่พระเจ้าห้ามไม่ให้พวกเขามอง
เหตุใดเราจึงจมอยู่กับสิ่งที่จะทำให้เรากลัวแทนสิ่งที่จะหนุนใจเรากันครับ?
เราอยู่ในสังคม ในโลกที่มีสิ่งไม่ดีต่างๆมากมาย อยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยความบาป เลยทำให้มีเรื่องที่ต้องกลัวและเป็นกังวลครับ สุดท้ายนี้ก็มีแต่พระคำของพระเจ้าที่ยังคอยหนุนใจเราให้ใช้ชีวิตก้าวต่อไปได้ แอดมินชวนทุกคนอ่านพระคำสั้นๆข้อนี้ และพยายามที่จะท่องจำไว้นะครับ
(Psalms 56:3) What time I am afraid, I will trust in thee.
(สดุดี 56:3) เมื่อข้าพระองค์กลัว ข้าพระองค์วางใจในพระองค์
เมื่อใดก็ตามที่เรากลัว เราต้องวางใจในพระเจ้า จงอย่ากลัว แต่รีบเข้าหาพระเจ้าที่พวกเราวางใจได้ครับ
สำหรับเนื้อหาโพสนี้ แอดมินเรียบเรียงมาจากบทเทศนา Casting Out Fear | Christian Character in Action ทุกคนสามารถเข้าไปรับฟังเพิ่มเติมกันได้ครับที่
https://www.youtube.com/watch?v=3mdr-LjuD-U
ขอพระเจ้าอวยพรครับ
แอดมิน



Users Today : 6
Users Last 30 days : 357
Total Users : 10700