มั่นใจกับก้าวใหม่

สวัสดีครับ

วันนี้แอดมิน ขอเสริมความมั่นใจ เรื่อง “ความรอด” ให้กับทุกคนที่ได้เชื่อและวางใจในพระเยซูคริสต์กันแล้ว  แอดมินแนะนำว่าหากใครยังไม่ได้อ่านโพส “จะรอดไหมเนี่ย” ก็ย้อนกลับไปอ่านก่อนได้ครับ

ก่อนได้รับความรอด

ตามพระคัมภีร์ แม้ว่าตอนนี้ทุกคนที่กำลังอ่านบล็อก Young Timothy ยังมีลมหายใจ มีชีวิตอยู่ แต่ทางฝ่ายวิญญาณนั้นได้ตายลงไปแล้วเพราะความบาปครับ

(Ephesians 2:1)  And you hath he quickened, who were dead in trespasses and sins;

(เอเฟซัส 2:1) พระองค์ทรงกระทำให้ท่านทั้งหลายมีชีวิตอยู่ แม้ว่าท่านตายแล้วโดยการละเมิดและการบาป

นี่ก็เพราะบาปแห่งความไม่เชื่อฟัง เมื่อตอนอาดัม (มนุษย์คนแรกที่พระเจ้าสร้างขึ้น) ฝ่าฝืน กินผลจากต้นไม้แห่งความรู้ดีและรู้ชั่ว ซึ่งพระเจ้าเคยเตือนแล้วว่าหากวันใดฝืนกินผลไม้นั้น ในวันนั้นก็จะต้องตายเป็นแน่ (ตายทั้งฝ่ายร่างกาย และวิญญาณ) ผลลัพธ์แห่งบาปครั้งนั้นส่งผลมาจนถึงพวกเราทุกคนในวันนี้

(Romans 5:12) Wherefore, as by one man sin entered into the world, and death by sin; and so death passed upon all men, for that all have sinned:
(โรม 5:12) เหตุฉะนั้นเช่นเดียวกับที่บาปได้เข้ามาในโลกเพราะคน ๆ เดียว และความตายก็เกิดมาเพราะบาปนั้น และความตายก็ได้แผ่ไปถึงมวลมนุษย์ทุกคนเช่นกัน เพราะมนุษย์ทุกคนทำบาป

เพราะว่าเราทุกคนทำบาป จึงสมควรได้รับการลงโทษและพิพากษาจากพระเจ้าอยู่แล้ว ซึ่งรวมถึงคนใดก็ตามที่ไม่ยอมต้อนรับพระเยซูคริสต์และเชื่อวางใจในพระองค์ครับ

พระเยซูคริสต์ (ผู้ซึ่งเป็นพระเจ้า) เกิดมาเป็นมนุษย์ผู้ไม่มีบาป ตายบนไม้กางเขน ไถ่บาปทั้งหมดของเราด้วยเลือดพระองค์เอง ถูกฝังไว้ และฟื้นคืนชีวิตในวันที่สาม นี่คือ ข่าวประเสริฐ ใครก็ตามที่เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์เท่านั้นก็จะได้รับความรอด ท่าทีและการตัดสินใจของเราต่อข่าวประเสริฐนี้ ก็มีเพียงแค่ “เชื่อวางใจ” กับ “ปฏิเสธทิ้งไป”

(John 3:18)  He that believeth on him is not condemned: but he that believeth not is condemned already, because he hath not believed in the name of the only begotten Son of God.

(ยอห์น 3:18) ผู้ที่เชื่อในพระบุตรก็ไม่ต้องถูกพิพากษาลงโทษ แต่ผู้ที่มิได้เชื่อก็ต้องถูกพิพากษาลงโทษอยู่แล้ว เพราะเขามิได้เชื่อในพระนามพระบุตรองค์เดียวที่บังเกิดจากพระเจ้า

นอกจากนี้ปลายทางของคนบาปทุกคนที่ไม่ยอมต้อนรับพระเยซูคริสต์และเชื่อวางใจในพระองค์ก็คือ บึงไฟ(นรก) ครับ

(Revelation 20:15)  And whosoever was not found written in the book of life was cast into the lake of fire.
(วิวรณ์ 20:15) และผู้ใดที่ไม่มีชื่อจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิต ผู้นั้นก็ถูกทิ้งลงไปในบึงไฟ

คนบาป (ผู้ที่หลงหาย) แทบไม่รู้ตัวเลยถึงสถานะที่แท้จริงของพวกเขา รวมถึงจุดจบปลายทางเมื่อตายไป อย่างไรก็ตาม พระเยซูคริสต์ (ผู้ซึ่งเป็นพระเจ้า) ก็ยังมาที่โลกใบนี้เพื่อช่วยและไถ่บาปพวกเขาเหล่านั้นครับ ทั้งบาปของแอดมิน และของทุกคน พระเจ้าทรงแสนดีนะครับ

(Luke 19:10)  For the Son of man is come to seek and to save that which was lost.

(ลูกา 19:10) เพราะว่าบุตรมนุษย์ได้มาเพื่อจะแสวงหาและช่วยผู้ที่หลงหายไปนั้นให้รอด”

มั่นใจได้เลย

คริสเตียนทุกคนที่ต้องการเติบโตในฝ่ายวิญญาณ จำเป็นต้องมีความมั่นใจในความรอด เป็นอย่างแรกเลยครับ ไม่เช่นนั้นแล้วก็จะมัวแต่ลังเล เป็นกังวลในเรื่องนี้

ความมั่นใจในความรอด หมายถึง เรามีความแน่ใจทั้งด้านสติปัญญา และจิตวิญญาณว่าพวกเราคนใดที่เชื่อ วางใจในพระเยซูคริสต์ ก็ได้เป็นของพระเจ้าแล้ว พวกเรามีความรอดนิรันดร์เป็นกรรมสิทธิ์แล้วครับ

(2 Timothy 1:12)  For the which cause I also suffer these things: nevertheless I am not ashamed: for I know whom I have believed, and am persuaded that he is able to keep that which I have committed unto him against that day.
(2 ทิโมธี 1:12) เพราะเหตุนั้นเองข้าพเจ้าจึงได้ทนทุกข์ลำบากเช่นนี้ ถึงกระนั้นข้าพเจ้าก็ไม่ละอาย เพราะว่าข้าพเจ้ารู้จักพระองค์ที่ข้าพเจ้าได้เชื่อ และข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่าพระองค์ทรงฤทธิ์สามารถรักษาซึ่งข้าพเจ้าได้มอบไว้กับพระองค์จนถึงวันนั้น

พระคัมภีร์ข้อนี้ เราเห็นคำสำคัญ คือ “เชื่อ” และ “รักษา” ด้วยความเชื่อที่เรามีในพระเยซูคริสต์แล้ว เราไม่ต้องละอายใจหรือท้อใจเลย แม้ว่าวันหนึ่งเราตายไป ความรอดนี้ไม่มีวันที่จะหลุดหายไปจากผู้เชื่อทุกคนครับ พระเยซูคริสต์จะทรงพิทักษ์รักษา (ปกป้อง) สิ่งที่พวกเราได้ฝากไว้กับพระองค์ (ความรอดของพวกเรา)

เราจะเลือกมอบความหวังใจในความรอดให้พระเจ้าเป็นผู้รักษาไว้? หรือ เราจะเลือกยึดมั่นในคุณความดีที่เราทำไปเพื่อช่วยเราให้รอด?

แอดมิน ไม่กล้าพอที่จะเชื่อในความดีของตัวเองครับ

(1 John 5:13)  These things have I written unto you that believe on the name of the Son of God; that ye may know that ye have eternal life, and that ye may believe on the name of the Son of God.

(1 ยอห์น 5:13) ข้อความเหล่านี้ข้าพเจ้าได้เขียนมาถึงท่านทั้งหลายที่เชื่อในพระนามของพระบุตรของพระเจ้า เพื่อท่านทั้งหลายจะได้รู้ว่าท่านมีชีวิตนิรันดร์ และเพื่อท่านจะได้เชื่อในพระนามของพระบุตรของพระเจ้า

พระคัมภีร์ข้อนี้ทรงพลังมากครับ เรื่องความรอดตามพระคัมภีร์เป็นสิ่งที่เราทุกคนสามารถรับรู้ได้ ผู้ที่เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์อย่างแท้จริง ไม่ต้องมากังวลกับการ ‘หวังว่า’ รอดแล้ว หรือคิดว่า ‘อาจ’ รอดแล้ว สรุปคือหากเราได้ต้อนรับพระเยซูคริสต์แล้ว เรามั่นใจได้เลยครับว่า เรารอดแล้ว

คริสเตียนหลายคนอิงความมั่นใจเรื่องความรอดกับความรู้สึกของตัวเอง ความรู้สึกของคนเราเปลี่ยนแปลงได้เสมอ วันหนึ่งเราอาจรู้สึกว่ารอดแล้ว วันต่อมา มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เราก็อาจรู้สึกว่าตัวเองยังไม่รอดก็ได้

แอดมิน เน้นย้ำว่า คริสเตียนมีพระคำของพระเจ้าที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง และเป็นที่พึ่งให้กับเราทุกคนได้เสมอครับ

มั่นใจ มั่นใจ และมั่นใจ

ความมั่นใจในความรอดของคริสเตียน มีพื้นฐาน 3 ประการครับ

บุคลิกของพระเจ้า

เราลองมาอ่านข้อพระคัมภีร์ กันครับ

(Titus 1:2)  In hope of eternal life, which God, that cannot lie, promised before the world began;

(ทิตัส 1:2) ด้วยหวังว่าจะได้ชีวิตนิรันดร์ ซึ่งพระเจ้าผู้ไม่สามารถตรัสมุสา ได้ทรงสัญญาไว้ตั้งแต่ก่อนสร้างโลก

พระเจ้าไม่สามารถโกหก (ตรัสมุสา) ได้ครับ  พระคำของพระเจ้าในพระคัมภีร์บอกว่าอย่างไร ก็เป็นอันจบเรื่องครับ

พระสัญญาของพระเจ้า

แอดมินขอแบ่งปันข้อพระคัมภีร์ที่ยิ่งเสริมความมั่นใจในความรอดกันครับ

(John 5:24)  Verily, verily, I say unto you, He that heareth my word, and believeth on him that sent me, hath everlasting life, and shall not come into condemnation; but is passed from death unto life.

(ยอห์น  5:24) เราบอกความจริงอันเที่ยงแท้แก่ท่านทั้งหลายว่า ผู้ใดที่ฟังคำของเราและเชื่อในพระองค์ผู้ทรงใช้เรามา ผู้นั้นก็มีชีวิตนิรันดร์ และจะไม่ถูกพิพากษา แต่ได้ผ่านพ้นความตายไปสู่ชีวิตแล้ว

พระเจ้าบอกผ่านพระคำข้อนี้กับผู้ที่เชื่อและวางใจในพระเยซูคริสต์ ว่าอย่างไรครับ? มีชีวิตนิรันดร์ และ ไม่ถูกพิพากษา

(John 6:37)  All that the Father giveth me shall come to me; and him that cometh to me I will in no wise cast out.

(ยอห์น 6:37) สารพัดที่พระบิดาทรงประทานแก่เราจะมาสู่เรา และผู้ที่มาหาเรา เราก็จะไม่ทิ้งเขาเลย

พระเจ้าบอกผ่านพระคำข้อนี้กับผู้ที่ได้มาหาพระเยซูคริสต์แล้ว ว่าอย่างไรครับ?   พระองค์  จะไม่ทิ้งเขาเลย

การทรงสถิตอยู่ด้วยของพระเจ้า

(Romans 5:5)  And hope maketh not ashamed; because the love of God is shed abroad in our hearts by the Holy Ghost which is given unto us.
(โรม 5:5) และความหวังใจมิได้ทำให้เกิดความละอาย เพราะเหตุว่าความรักของพระเจ้าได้หลั่งไหลเข้าสู่จิตใจของเรา โดยทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งพระองค์ได้ประทานให้แก่เราแล้ว

พระคำข้อนี้บอกว่าอย่างไร เมื่อเราได้รับความรอดแล้ว? พระเจ้าทรงประทาน พระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในพระภาคของพระเจ้า ให้มาสถิตในใจเรา  (แอดมินจะเขียนหัวข้อนี้ อีกครั้งครับ)

นอกจากนี้พระคัมภีร์ยังได้บอกว่า พระวิญญาณของพระเจ้าทรง เป็นพยานร่วมกับ จิตวิญญาณของเราทุกคน ว่าเราได้เป็นลูกๆของพระเจ้าแล้วจริง

(Romans 8:16)  The Spirit itself beareth witness with our spirit, that we are the children of God:

(โรม 8:16) พระวิญญาณนั้นเป็นพยานร่วมกับจิตวิญญาณของเราทั้งหลายว่า เราทั้งหลายเป็นบุตรของพระเจ้า

เป็นไงบ้างครับ ทุกคนอ่านมาถึงตรงนี้  คนไหนที่เชื่อในพระเยซูคริสต์แล้ว แอดมินขอให้มั่นใจ 100% ในความรอดนะครับ

ขอพระเจ้าอวยพรครับ
แอดมิน

อ้างอิง:
The ABC’s of Christians Growth, Robert J. Sargent
ทำความเข้าใจพระคัมภีร์, ดร. เดวิด เอช. โซเร็นสัน

Share

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *