มั่นใจไม่เปลี่ยน
วันนี้ แอดมินโพสเรื่อง “ความรอด” ต่อครับ
สำหรับใครที่ยังไม่ได้อ่านโพส “จะรอดไหมเนี่ย” ก็สามารถกลับไปอ่านก่อนได้ครับ เรามาดูว่าสิ่งใดบ้างที่ช่วยเสริมความมั่นใจในความรอดให้กับคริสเตียนกันครับ
คริสเตียนบางคน หลายครั้งมีความลังเล สงสัยในเรื่องนี้ ไม่ต้องแปลกใจครับ เพราะในโลกเราใบนี้ มีผู้หนึ่งที่คอยให้อิทธิพลสิ่งชั่วร้าย และอำนาจมืดต่างๆ พระคัมภีร์กล่าวถึง ผู้นั้น คือ “ซาตาน” ครับ (แอดมินจะทยอยโพสหัวข้อนี้ครับ) มันได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่โกหก (มุสา)
(John 8:44) Ye are of your father the devil, and the lusts of your father ye will do. He was a murderer from the beginning, and abode not in the truth, because there is no truth in him. When he speaketh a lie, he speaketh of his own: for he is a liar, and the father of it.
(ยอห์น 8:44) ท่านทั้งหลายมาจากพ่อของท่านคือพญามาร และท่านใคร่จะทำตามความปรารถนาของพ่อท่าน มันเป็นฆาตกรตั้งแต่เดิมมา และมิได้ตั้งอยู่ในความจริง เพราะความจริงมิได้อยู่ในมัน เมื่อมันพูดมุสามันก็พูดตามสันดานของมันเอง เพราะมันเป็นผู้มุสา และเป็นพ่อของการมุสา
คำพูดแรกๆของซาตาน ถูกบันทึกไว้ในพระคัมภีร์ปฐมกาล 3:1 มันพยายามสร้างความสงสัยในพระคำของพระเจ้า พระคัมภีร์ข้อนี้ กล่าวถึงเหตุการณ์ตอนที่มันล่อลวงเอวา (ผู้หญิงคนแรกที่พระเจ้าสร้างขึ้น) ให้คิดสงสัยถึงข้อห้ามของพระเจ้าเรื่องการฝ่าฝืนกินผลจากต้นไม้แห่งความรู้ดีและรู้ชั่ว พระเจ้าได้เตือนแล้วว่าหากวันใดฝืนกินผลไม้นั้น ในวันนั้นก็จะต้องตายเป็นแน่ ในโพส “มั่นใจกับก้าวใหม่” เราได้รู้ว่านี่นำมาซึ่ง การตายทั้งฝ่ายร่างกาย และวิญญาณ อีกทั้งส่งผลมาจนถึงพวกเราทุกคน ซาตานยังใช้วิธีเดียวกันนี้กับคริสเตียนให้ลังเลสงสัยในความรอดของเราครับ
(Genesis 3:1) Now the serpent was more subtil than any beast of the field which the LORD God had made. And he said unto the woman, Yea, hath God said, Ye shall not eat of every tree of the garden?
(ปฐมกาล 3:1) ในเวลานี้งูนั้นฉลาดหลักแหลมกว่าบรรดาสัตว์ป่าแห่งท้องทุ่งซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าได้ทรงสร้างไว้ และมันกล่าวแก่หญิงนั้นว่า “จริงหรือที่พระเจ้าตรัสว่า ‘พวกเจ้าจงอย่ากินผลจากต้นไม้ทุกชนิดในสวนนี้’”
แล้วอย่างนี้เราควรทำอย่างไร แอดมิน?
เรียนรู้พระคำของพระเจ้า
ความรอดของคริสเตียนทุกคนมีพื้นฐานอยู่บนสิ่งที่พระเจ้าได้บอกไว้แล้ว ไม่ใช่บนพื้นฐานของความคิด หรือความรู้สึกของพวกเรา อันนี้สำคัญมาก แอดมิน เน้นย้ำให้คริสเตียนทุกคนควรอ่านและศึกษาพระคัมภีร์ บางครั้งอารมณ์ ความรู้สึกเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ต่างๆ หากชีวิตคริสเตียนไม่ได้มีพื้นฐานอยู่บนพระคำของพระเจ้า เท่ากับว่าได้เปิดโอกาสให้ซาตานโปรยความคิดลังเล และสงสัยเข้ามาได้ครับ
(2 Timothy 3:14) But continue thou in the things which thou hast learned and hast been assured of, knowing of whom thou hast learned them;
(2 Timothy 3:15) And that from a child thou hast known the holy scriptures, which are able to make thee wise unto salvation through faith which is in Christ Jesus.
(2 ทิโมธี 3:14) แต่ฝ่ายท่านจงดำเนินต่อไปในสิ่งที่ท่านเรียนรู้แล้ว และได้เชื่ออย่างมั่นคง ท่านก็รู้ว่าท่านได้เรียนมาจากผู้ใด
(2 ทิโมธี 3:15) และตั้งแต่เด็กมาแล้ว ที่ท่านได้รู้พระคัมภีร์อันบริสุทธิ์ ซึ่งมีฤทธิ์สอนท่านให้ได้ปัญญาถึงความรอดโดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับของประทานแห่งความรอดของพระองค์
เรามาอ่านพระคัมภีร์กันต่อครับ
(Romans 6:23) For the wages of sin is death; but the gift of God is eternal life through Jesus Christ our Lord.
(โรม 6:23) เพราะว่าค่าจ้างของความบาปคือความตาย แต่ของประทานของพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา
เราได้เห็นแล้วว่าโทษของความบาปทุกชนิด คือความตาย เสมอมา (ความตายฝ่ายร่างกาย เมื่อเราสิ้นลมหายใจ) พระคัมภีร์ยังบอกอีกว่า ความตายฝ่ายร่างกายไม่ใช่จุดจบแท้จริงของคนบาป (ที่ไม่ได้เชื่อและวางใจในพระเยซูคริสต์) แต่ความตายครั้งที่สองต่างหาก สำหรับคนบาปเหล่านั้นที่ต้องลงสู่บึงไฟ (นรก) และถูกเผาไหม้ตลอดไป
(Revelation 20:14) And death and hell were cast into the lake of fire. This is the second death.
(วิวรณ์ 20:14) แล้วความตายและนรกก็ถูกผลักทิ้งลงไปในบึงไฟ นี่แหละเป็นความตายครั้งที่สอง
อ่านแล้วดูน่าหดหู่ หมดหวังมากเลย แอดมิน
เดี๋ยวนี้ คำสอนพื้นฐาน เรื่อง บึงไฟ (นรก) แทบไม่ได้รับการพูดถึงมากนัก แอดมินตั้งใจทำบล็อกนี้ เพื่อนำเสนอความเชื่อ และคำสอนคริสเตียน อย่างตรงไปตรงมาครับ
อย่างไรก็ตามพระคัมภีร์ข้อนี้ให้ความหวังใจกับเราเป็นอย่างมาก เราได้รับของประทานแห่งชีวิตนิรันดร์ แล้ว (ผ่านทางความเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์เท่านั้น)
พวกเราได้ขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับของประทานชิ้นนี้แล้วหรือยังครับ?
(2 Corinthians 9:15) Thanks be unto God for his unspeakable gift.
(2 โครินธ์ 9:15) จงขอบพระคุณพระเจ้าเพราะของประทานซึ่งพระองค์ทรงประทานนั้นที่เหลือจะพรรณนาได้
คำสำคัญในพระคัมภีร์ข้อนี้ คือคำว่า ของประทาน ซึ่งหมายถึง ชีวิตนิรันดร์ผ่านทางพระเยซูคริสต์ (ผู้ซึ่งเป็นพระเจ้า) นั่นเอง การขอบพระคุณเป็นหลักฐานที่แสดงถึงความเชื่อครับ
กล่าวคำพยานของเราต่อหน้าผู้อื่น
เราได้บอกใครสักคนหรือยังว่า เราได้เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์แล้ว?
เราเชื่อกันจริงๆใช่ไหมครับว่าพระเยซูคริสต์เป็นพระเจ้า?
การที่เราพูดจากใจกับใครสักคนว่าพระเยซูเป็นพระบุตรของพระเจ้า เท่ากับว่าเรายอมรับพระเยซูคริสต์เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าจริงๆ ผู้ซึ่งได้ไถ่บาป ช่วยให้เรารอดแล้ว เมื่อนั้นเองพระเจ้าก็ทรงสถิตอยู่ในเราและเราอยู่ในพระองค์ครับ
(1 John 4:15) Whosoever shall confess that Jesus is the Son of God, God dwelleth in him, and he in God.
(1 ยอห์น 4:15) ผู้ใดยอมรับว่า พระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า พระเจ้าก็ทรงสถิตอยู่ในคนนั้น และคนนั้นอยู่ในพระเจ้า
เข้าร่วมการประชุมของคริสตจักรให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
การพูดคุยกับพี่น้องในพระคริสต์ช่วยหนุนใจทุกคนครับ พวกเขาก็เคยเกิดความสงสัยเหมือนกัน เราเจอกับพวกเขาได้ที่คริสตจักรท้องถิ่น (แอดมินจะทยอยโพสหัวข้อนี้ครับ) เรามาอ่านข้อพระคัมภีร์กันต่อครับ
(Hebrews 10:25) Not forsaking the assembling of ourselves together, as the manner of some is; but exhorting one another: and so much the more, as ye see the day approaching.
(ฮีบรู 10:25) ซึ่งเราเคยประชุมกันนั้นอย่าให้หยุด เหมือนอย่างบางคนเคยกระทำนั้น แต่จงเตือนสติกันและกัน และให้มากยิ่งขึ้นเมื่อท่านทั้งหลายเห็นวันเวลานั้นใกล้เข้ามาแล้ว
พระคำข้อนี้เน้นย้ำให้คริสเตียนทุกคนจงรักภักดี สัตย์ซื่อ และให้กำลังใจกัน อย่าได้ขาดหายไปจากการร่วมประชุมกันของคริสตจักรท้องถิ่น โดยให้ระลึกว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา (พระเยซูคริสต์) ใกล้จะเสด็จกลับมาแล้ว เรื่องนี้สำคัญไม่แพ้การศึกษาพระคัมภีร์เลยนะครับ
ดำเนินชีวิตที่ชอบธรรม
บางครั้งความมั่นใจอันเต็มเปี่ยมในความรอด ก็ยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าพระเจ้า จะทรงเห็นว่าเราเอาจริงเอาจังกับพระองค์
(Isaiah 32:17) And the work of righteousness shall be peace; and the effect of righteousness quietness and assurance for ever.
(อิสยาห์ 32:17) และผลของความชอบธรรมจะเป็นสันติภาพ และผลของความชอบธรรมคือความสงบแลความวางใจเป็นนิตย์
การดำเนินชีวิตของคริสเตียน หลังจากได้รับความรอดโดยพระคุณของพระเจ้า ผ่านทางความเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์ ควรอยู่ในหนทางที่ถูกต้องต่อพระพักตร์พระเจ้า ดังนั้นคริสเตียนต้องเรียนรู้พระคำของพระเจ้า ผ่านทางพระคัมภีร์ เพราะสำคัญในการดำเนินชีวิต เราจะรู้ได้ว่าอะไรที่พระเจ้าชอบใจ อะไรที่พระเจ้าไม่ชอบ และเกลียดชัง
แอดมิน ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า การที่เราใช้ชีวิตอย่างถูกต้องกับพระเจ้า (การทำความดีต่างๆ) ไม่ได้ช่วยให้รอดนะครับ ความรอดของเราเสร็จสมบูรณ์แล้ว เมื่อตอนที่เราแรกเชื่อและวางใจในองค์พระเยซูคริสต์ให้เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเราครับ
การทำสิ่งที่ถูกต้องก่อให้เกิดความสงบและความวางใจ เมื่อเราทำถูกต้องต่อพระเจ้า เราก็จะมีสันติสุขกับพระองค์ ไม่ต้องกลัว ลังเลสงสัย หรือวิตกกังวลอีกต่อไป สันติสุขและความมั่นใจของคริสเตียน มีพื้นฐานอยู่บนความเชื่อในบรรดาพระสัญญาของพระเจ้า ไม่ใช่บนความรู้สึกของพวกเราเองนะครับ
ขอพระเจ้าอวยพรครับ
แอดมิน
อ้างอิง:
The ABC’s of Christians Growth, Robert J. Sargent
ทำความเข้าใจพระคัมภีร์, ดร. เดวิด เอช. โซเร็นสัน





Users Today : 1
Users Last 30 days : 427
Total Users : 12297