ความรอดตลอดไป
วันนี้ แอดมินยังคงโพสเรื่อง “ความรอด” ของคริสเตียน หลักคำสอนเรื่องนี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่ผู้เชื่อทุกคนต้องมีความเข้าใจโดยยึดถือข้อพระคัมภีร์เป็นหลักครับ
ทำไมโพส เรื่องนี้บ่อยจัง แอดมิน?
หากเรามีพื้นฐานเรื่องนี้ไม่มั่นคง และไม่ได้อยู่บนพระคำของพระเจ้า คริสเตียนก็ตกอยู่กับความกลัว วิตกกังวล ลังเลสงสัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อได้พลาดทำบาปไปครับ
เราสูญเสียความรอดได้ไหม แอดมิน?
ก่อนแอดมินตอบ ทุกคนจำได้ไหม เรารอด (จากบึงไฟนรก) ได้เพราะอะไรครับ?
รอดโดยพระคุณเพราะความเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์
(Ephesians 2:8) For by grace are ye saved through faith; and that not of yourselves: it is the gift of God:
(Ephesians 2:9) Not of works, lest any man should boast.
(เอเฟซัส 2:8) ด้วยว่าซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณเพราะความเชื่อ และมิใช่โดยตัวท่านทั้งหลายเอง ความรอดนั้นเป็นของประทานจากพระเจ้า
(เอเฟซัส 2:9) ไม่ใช่โดยการกระทำใด ๆ ด้วยเกรงว่าคนหนึ่งคนใดจะอวดได้
ทุกคนสามารถย้อนกลับไปอ่านโพส “จะรอดไหมเนี่ย” กันได้ครับ
การทำความดี ไม่มีวันช่วยให้เรารอด (จากบึงไฟนรก) และนำพาพวกเราไปสวรรค์ได้
พระคุณของพระเจ้าเป็นสิ่งที่พระองค์ตั้งใจมอบให้เป็นของขวัญกับพวกเราทุกคนที่เชื่อวางใจในองค์พระเยซูคริสต์ครับ
หลายคนยึดติดกับการรักษาศีล พิธีกรรมทางศาสนา และการทำความดี หวังสร้างความชอบธรรมของตัวเองขึ้นมาผ่านทางกิจกรรมเหล่านี้ พระคัมภีร์ โรม 11:6 บอกอย่างชัดเจนว่า ความรอดที่มาถึงพวกเราทุกคนได้นั้น ก็เพราะพระคุณของพระเจ้า ไม่ใช่เพราะการทำความดีของพวกเราเอง ไม่เช่นนั้นแล้วพระคุณก็ไม่ใช่พระคุณอีกต่อไป
นอกจากนี้พระคัมภีร์ โรม 3:8 สรุปว่า เราทุกคนเป็นผู้ที่ชอบธรรมแล้วโดยผ่านความเชื่อ ไม่ต้องพึ่งพาการทำความดีใดๆอีกทั้งสิ้นครับ
(Romans 11:6) And if by grace, then is it no more of works: otherwise grace is no more grace. But if it be of works, then is it no more grace: otherwise work is no more work.
(Romans 3:28) Therefore we conclude that a man is justified by faith without the deeds of the law.
(โรม 11:6) แต่ถ้าเป็นทางพระคุณก็หาได้เป็นเพราะทางการกระทำไม่ ฉะนั้นแล้ว พระคุณก็ไม่เป็นพระคุณอีกต่อไป แต่ถ้าเป็นทางการกระทำก็หาได้เป็นเพราะทางพระคุณไม่ ฉะนั้นแล้ว การกระทำก็ไม่เป็นการกระทำอีกต่อไป
(โรม 3:28) เหตุฉะนั้นเราทั้งหลายสรุปได้ว่า คนหนึ่งคนใดจะเป็นคนชอบธรรมได้ก็โดยอาศัยความเชื่อนอกเหนือการประพฤติตามพระราชบัญญัติ
หากการทำความดีของเรามีผลต่อความรอดจริง หากการทำความดีทำให้เราเป็นผู้ที่ชอบธรรมในสายตาของพระเจ้าได้จริง ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว พระเยซูคริสต์ก็ตายเพื่อเราทุกคนโดยเปล่าประโยชน์และก็ไม่จำเป็นเลย
(Galatians 2:21) I do not frustrate the grace of God: for if righteousness come by the law, then Christ is dead in vain.
(กาลาเทีย 2:21) ข้าพเจ้าไม่ได้กระทำให้พระคุณของพระเจ้าไร้ประโยชน์ เพราะว่าถ้าความชอบธรรมเกิดจากพระราชบัญญัติแล้ว พระคริสต์ก็ทรงสิ้นพระชนม์โดยเปล่าประโยชน์
หลักคำสอน “ความรอด” นั้น เราไม่สามารถเอาเรื่องของการทำความดีและพระคุณของพระเจ้ามาผสมกันได้ครับ
คริสเตียนสูญเสียความรอดนี้ได้ไหม แอดมิน?
คำตอบคือ “ไม่ครับ” เรามาดูกันว่าพระคัมภีร์กล่าวไว้ว่าอย่างไรครับ
(John 10:29) My Father, which gave them me, is greater than all; and no man is able to pluck them out of my Father’s hand.
(ยอห์น 10:29) พระบิดาของเราผู้ประทานแกะนั้นให้แก่เราเป็นใหญ่กว่าทุกสิ่ง และไม่มีผู้ใดสามารถชิงแกะนั้นไปจากพระหัตถ์ของพระบิดาของเราได้
พระคัมภีร์ ยอห์น 10:29 กล่าวว่า ไม่มีผู้ใดสามารถชิงเราไปจากพระหัตถ์ของพระเจ้าได้ เราได้เห็นถึงฤทธิ์เดชในการปกป้อง และสิทธิอำนาจของพระเจ้า (พระบิดา) ต่อความรอดของพวกเราผ่านพระคำข้อนี้ครับ ความรอดผ่านทางความเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์ทำให้เราได้อยู่ภายใต้อ้อมพระหัตถ์แห่งการดูแล ปกป้องของพระเจ้าครับ
ตัวเราเองก็ไม่อาจหลบหนีออกไปจากพระหัตถ์แห่งการปกป้องดูแลนี้ได้ครับ คริสเตียนที่ได้รับความรอดแล้วหลายคนล้มลงในความบาป เดินหลงหาย ออกจากหนทางของพระเจ้าไป การที่เขาเป็นอย่างนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าพระเจ้าจะทรงตัดขาดความรอด ซึ่งเป็นพระคุณและของขวัญที่พระองค์ตั้งใจมอบให้กับผู้เชื่อทุกคน เราได้รับชีวิตนิรันดร์ และเป็นของพระเจ้าตั้งแต่วินาทีแรกที่เราได้เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ ไม่มีอำนาจใดที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าพระเจ้า นะครับ
(John 6:37) All that the Father giveth me shall come to me; and him that cometh to me I will in no wise cast out.
(ยอห์น 6:37) สารพัดที่พระบิดาทรงประทานแก่เราจะมาสู่เรา และผู้ที่มาหาเรา เราก็จะไม่ทิ้งเขาเลย
พระคัมภีร์ยอห์น 6:37 กล่าวว่า พระเจ้าจะไม่ทิ้งคนเหล่านั้นที่มาหาพระเยซูคริสต์เลย อีกหนึ่งพระสัญญาที่ทรงพลัง เป็นกำลังใจ และให้ความมั่นคงปลอดภัยของผู้เชื่อทุกคน พระคำข้อนี้กล่าวโดยพระเยซูคริสต์ (ผู้ซึ่งเป็นพระเจ้าอีกพระภาคหนึ่ง) ว่าผู้ใดที่มาหาพระองค์จะไม่มีวันถูกทอดทิ้งเลย รวมถึงทุกคนที่หันมาวางใจเชื่อในพระเยซูคริสต์ให้เป็นพระผู้ช่วยให้รอดส่วนตัวครับ
นอกจากนี้พระคัมภีร์ เอเฟซัส 1:13 ได้กล่าวว่า ความรอดของเราได้รับการประทับตราไว้แล้วด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ (ผู้ซึ่งเป็นพระเจ้าอีกพระภาคหนึ่ง) เราได้มาถึงความรอดแล้ว ตอนเราแรกเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ พระเจ้าก็ได้ทรงประทับตราเราโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์เอง ตราประทับนี้แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงแห่งความรอดของเรา ความรอดของเรานั้นแน่นอน ครับ
(Ephesians 1:13) In whom ye also trusted, after that ye heard the word of truth, the gospel of your salvation: in whom also after that ye believed, ye were sealed with that holy Spirit of promise,
(เอเฟซัส 1:13) และในพระองค์นั้นท่านทั้งหลายก็ได้วางใจเช่นเดียวกัน เมื่อท่านได้ฟังพระวจนะแห่งความจริงคือข่าวประเสริฐเรื่องความรอดของท่าน และได้เชื่อในพระองค์แล้วด้วย ท่านก็ได้รับการประทับตราไว้ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์แห่งพระสัญญา
ตามพระคัมภีร์ โรม 8:15 เมื่อเราได้รับความรอดแล้ว เราก็มีความสัมพันธ์แบบใหม่กับพระเจ้า โดยที่พระองค์ทรงเป็นพระบิดาของเรา เป็นความสัมพันธ์ส่วนตัวแบบครอบครัวที่เข้ามาแทนที่ครับ
(Romans 8:15) For ye have not received the spirit of bondage again to fear; but ye have received the Spirit of adoption, whereby we cry, Abba, Father.
(โรม 8:15) เหตุว่าท่านไม่ได้รับนิสัยอย่างทาสซึ่งทำให้ตกในความกลัวอีก แต่ท่านได้รับพระวิญญาณผู้ทรงให้เป็นบุตรซึ่งให้เราทั้งหลายร้องเรียกพระเจ้าว่า “อับบา” คือพระบิดา
สำหรับครอบครัวฝ่ายโลก เมื่อลูกทำผิด พ่อแม่ของเขาก็ไม่อาจตัดสายสัมพันธ์ลงได้ พ่อแม่จะสั่งสอนและตีสอนลูกของพวกเขา แม้บางครอบครัวอาจถึงขั้นไล่ลูกตัวเองออกจากบ้าน แต่สายเลือดระหว่างพ่อ แม่ และลูก ก็ไม่มีวันตัดขาดออกไปได้จริงๆ ลูกคนนั้นก็ยังเป็นสมาชิกของครอบครัวนั้นอยู่ดีครับ
คริสเตียนเมื่อทำบาปไป เขาไม่ได้ถูกขับออกจากครอบครัวของพระเจ้า ถึงขั้นสูญเสียความรอดไป เช่นเดียวกับพ่อที่รักลูก พระเจ้าจะทรงตีสอนคริสเตียนที่ทำผิด ครับ
(Hebrews 12:6) For whom the Lord loveth he chasteneth, and scourgeth every son whom he receiveth.
(ฮีบรู 12:6) เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตีสอนผู้ที่พระองค์ทรงรัก และเมื่อพระองค์ทรงรับผู้ใดเป็นบุตร พระองค์ก็ทรงเฆี่ยนตีผู้นั้น’
ทุกคนที่อ่านมาจนถึงโพสนี้แล้ว ขอให้มั่นใจในความรอดกันนะครับ
ขอพระเจ้าอวยพรครับ
แอดมิน
อ้างอิง:
The ABC’s of Christians Growth, Robert J. Sargent
Life Application Study Bible KJV, Tyndale House Publishers
ทำความเข้าใจพระคัมภีร์, ดร. เดวิด เอช. โซเร็นสัน





Users Today : 2
Users Last 30 days : 428
Total Users : 12298