อธิษฐานแล้วไม่เกิดผล!

หลายคนคงทราบแล้วว่าบางครั้งคำอธิษฐานของเราอาจไม่ได้รับการตอบรับจากองค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะว่ามีสาเหตุมาจากปัจจัยต่างๆครับ พระคัมภีร์แสดงให้เราเห็นว่า บาปที่ไม่ได้รับการสารภาพ (สดุดี 66:18, อิสยาห์ 59:2 ) เจตนาอันเห็นแก่ตัว (ยากอบ 4:3) และ การไม่ให้อภัยผู้อื่น (มาระโก 11:25) เป็นสิ่งที่ขัดขวางคำอธิษฐาน วันนี้เรามาดูกันต่อครับว่า มีสาเหตุอะไรอีกบ้างที่เป็นอุปสรรคต่อการอธิษฐานของเราครับ

ความสัมพันธ์ที่ไม่ถูกต้องของสามีในชีวิตสมรส

(1 Peter 3:7) Likewise, ye husbands, dwell with them according to knowledge, giving honour unto the wife, as unto the weaker vessel, and as being heirs together of the grace of life; that your prayers be not hindered.

(1 เปโตร 3:7) ฝ่ายท่านทั้งหลายที่เป็นสามีก็เหมือนกัน จงอยู่กินกับภรรยาโดยใช้ความรู้ จงให้เกียรติแก่ภรรยาเหมือนหนึ่งเป็นภาชนะที่อ่อนแอกว่า และเหมือนเป็นคู่รับมรดกพระคุณแห่งชีวิตด้วยกัน เพื่อจะได้ไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดขัดขวางคำอธิษฐานของท่าน

พระคัมภีร์ข้อนี้กล่าวอย่างชัดเจนต่อผู้ที่เป็นสามีในเรื่องชีวิตสมรสของเขา พระเจ้าสอนให้สามีเคารพ และให้เกียรติต่อภรรยาของเขา พระคำข้อนี้บอกให้สามีต้องพึงระวังการใช้ชีวิตกับภรรยาของเขา พระเจ้าบอกให้สามีดูแลเธอเหมือนดั่งเป็นภาชนะที่อ่อนแอกว่า

ภาชนะใดที่แตกสลายแล้วก็ย่อมยากที่จะซ่อมแซมให้กลับไปเป็นปกติได้เหมือนเดิมหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ คนไหนได้รับความรอดแล้ว และแต่งงานมีภรรยาเป็นของตน ต้องจำพระคำข้อนี้ไว้เสมอครับ

หากสามีทุกคนรัก ให้เกียรติ ภรรยาของเขาราวกับเป็นภาชนะอันมีค่า ซึ่งเขามีอยู่เพียงแค่อันเดียวเท่านั้น การเชื่อฟังพระคำของพระเจ้าในเรื่องนี้ จะช่วยบรรเทาปัญหาต่างๆ ในชีวิตสมรสได้เลยครับ

ในทางกลับกันพระเจ้าบอกอย่างชัดเจนเช่นเดียวกันว่า หากสามีมีความสัมพันธ์ที่ไม่ถูกต้องกับภรรยาของเขา ไม่เคารพให้เกียรติ ทะเลาะวิวาทกับเธอ สิ่งนี้จะเป็นตัวขัดขวางคำอธิษฐานของเขาครับ

การไม่เชื่อฟังพระคำของพระเจ้า

(Proverbs 28:9) He that turneth away his ear from hearing the law, even his prayer shall be abomination.

(สุภาษิต 28:9) ถ้าผู้ใดหันใบหูไปเสียจากการฟังพระราชบัญญัติ แม้คำอธิษฐานของเขาก็เป็นสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียน

หากเราไม่เชื่อฟังในสิ่งที่พระเจ้าได้สอนเราผ่านทางข้อพระคัมภีร์ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคที่ขัดขวางคำอธิษฐานครับ คนที่เพิกเฉยต่อพระคำของพระเจ้าย่อมเข้าไปสู่ความบาปกันหมด

มีเรื่องใดบ้างครับ ที่พระเจ้าได้สอน คอยบอกกล่าว เตือนแล้ว แต่เรายังคงนิ่งเฉย และไม่สนใจฟัง เราต้องกลับมาทบทวนการใช้ชีวิตคริสเตียนของเรากันครับ เพื่อที่วันใดวันหนึ่ง เมื่อเรามีเรื่องราวฝ่ายจิตวิญญาณในคำอธิษฐาน พระเจ้าจะได้รับฟังคำอธิษฐานนั้นครับ

การขาดความเห็นอกเห็นใจ

(Proverbs 21:13) Whoso stoppeth his ears at the cry of the poor, he also shall cry himself, but shall not be heard.

(สุภาษิต 21:13) บุคคลผู้อุดหูไม่ฟังเสียงร้องของคนยากจน ตัวเขาเองจะร้อง แต่ไม่มีใครได้ยิน

บ่อยครั้งที่เราใช้ชีวิตโดยไม่มีความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่น นี่ก็เป็นบาปหนึ่ง ใจความสำคัญก็คือว่า เมื่อใครก็ตามเมินเสียงขอความช่วยเหลือของอีกคน เขาจะพบกับการตอบสนองแบบเดียวกันในวันที่เขาเดือดร้อน เราจะเกี่ยวสิ่งที่เราหว่านไปครับ

เมื่อเราเติบโตขึ้นในฝ่ายจิตวิญญาณ โดยมีพระคำของพระเจ้าคอยนำทาง เราจะเห็นได้ว่าชีวิตของเราแต่ละวันมีการทำบาปเสมอ ดังนั้นเป็นสิ่งจำเป็นที่คริสเตียนทุกคนต้องคอยตรวจสอบชีวิตของตนเองอย่างสม่ำเสมอครับ

ร่างกายเนื้อหนังของเรานั้น ตอนนี้ยังไม่ได้รับการไถ่กลับอย่างสมบูรณ์ ดังนั้นเราทุกคนยังคงมีความสามารถในการกระทำบาปผ่านทางร่างกายเนื้อหนังนี้ได้อยู่ครับ แอดมิน เคยเขียนโพส “ทำไงดีทำบาปแล้ว!” ทุกคนสามารถเข้าไปอ่านกันได้ครับ

ก่อนสิ้นปี 2019 นี้ แอดมินหวังว่าทุกคนจะมีโอกาสได้ทบทวนการใช้ชีวิตในฐานะที่เป็นผู้เชื่อที่ได้รับความรอด เพื่อจะได้ไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดขัดขวางคำอธิษฐานของพวกเราครับ

ขอพระเจ้าอวยพรครับ
แอดมิน

อ้างอิง:
The ABC’s of Christians Growth, Robert J. Sargent
ทำความเข้าใจพระคัมภีร์, ดร. เดวิด เอช. โซเร็นสัน

Share

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *