น้ำพระทัยพระเจ้า (อีกครั้งหนึ่ง)

สวัสดีครับ วันนี้แอดมินกลับมาโพสหัวข้อ น้ำพระทัยของพระเจ้า อีกครั้งครับ การที่เราทบทวนพระคัมภีร์อย่างสม่ำเสมอ ทำให้เราเข้าใจหลักคำสอนคริสเตียนในเรื่องราวต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น เรามาเริ่มต้นด้วยข้อพระคัมภีร์ โรม 12:1 กันครับ

(Romans 12:1) I beseech you therefore, brethren, by the mercies of God, that ye present your bodies a living sacrifice, holy, acceptable unto God, which is your reasonable service.

(โรม 12:1) พี่น้องทั้งหลาย ด้วยเหตุนี้โดยเห็นแก่ความเมตตากรุณาของพระเจ้า ข้าพเจ้าจึงวิงวอนท่านทั้งหลายให้ถวายตัวของท่านแด่พระองค์ เพื่อเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิต อันบริสุทธิ์ และเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า ซึ่งเป็นการปรนนิบัติอันสมควรของท่านทั้งหลาย

เราทราบกันดีว่าพระเจ้าเป็นผู้ประทานความรอด โดยเพราะพระคุณของพระองค์ ให้แก่ผู้ที่เชื่อในองค์พระเยซูคริสต์ พระคำข้อนี้บอกกับผู้เชื่อทุกคนให้ตัดสินใจถวายตัวเองเพื่อรับใช้องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราด้วยความสมัครใจครับ เป็นเหมือนดั่งเครื่องบูชาที่มีชีวิต การรับใช้พระเจ้าต้องเป็นไปในวิถีทางอันบริสุทธิ์ จึงจะเป็นที่พอพระทัยของพระองค์ครับ

พระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราตายบนไม้กางเขน หลั่งเลือด ถูกฝังไว้ และฟื้นขึ้นมาในวันที่สาม เพื่อการไถ่บาปของมวลมนุษย์จะได้เสร็จสมบูรณ์ ดังนั้น การที่เราตัดสินใจอุทิศตนเองอย่างสมัครใจเพื่อการงานของพระเจ้า พระคำข้อนี้บอกเราชัดเจนว่า เป็นเรื่องที่สมควรแก่การปฏิบัติแล้วครับ

วันนี้เรามาดูเพิ่มเติมตามข้อพระคัมภีร์กันว่า เราสามารถรับรู้ถึงน้ำพระทัยของพระเจ้าได้อย่างไรกันครับ

เริ่มแรกเลย ผู้เชื่อควรอธิษฐานถามพระเจ้าครับ

(Acts 9:6) And he trembling and astonished said, Lord, what wilt thou have me to do? And the Lord said unto him, Arise, and go into the city, and it shall be told thee what thou must do.

(กิจการ 9:6) เซาโลก็ตัวสั่นและรู้สึกประหลาดใจจึงถามว่า “พระองค์เจ้าข้า พระองค์ประสงค์จะให้ข้าพระองค์ทำอะไร” องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสแก่เขาว่า “เจ้าจงลุกขึ้นเข้าไปในเมือง และเจ้าจะต้องทำประการใดจะมีคนบอกให้รู้”

พระคัมภีร์ข้อนี้ ย้อนพาเรากลับไปตอนที่อัครทูตเปาโล ได้พบกับองค์พระเยซูคริสต์ผู้ซึ่งฟื้นคืนพระชนม์ขึ้นมา ก่อนหน้านี้เปาโลได้กดขี่ ข่มเหง ไล่ล่า จับกุม คริสเตียนยุคแรกเป็นจำนวนมาก เหตุเพราะว่าเขาเองไม่ได้เชื่อว่าพระเยซูนั้นเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า จนกระทั่งพระเยซูได้ปรากฏกายต่อเขาระหว่างการเดินทางไปยังเมืองดามัสกัส เมื่อได้พบและประจักษ์แก่สายตาตนเอง อัครทูตเปาโลเชื่อโดยสนิทใจว่าองค์พระเยซูคริสต์เป็นพระเจ้า เขาจึงถามพระองค์ว่า

พระองค์เจ้าข้า พระองค์ประสงค์จะให้ข้าพระองค์ทำอะไร

นี่ก็เป็นแนวทางที่ผู้เชื่อสามารถนำมาปรับใช้กับการอธิษฐานในแต่ละวันได้ครับ

ช่องทางที่พระเจ้าเปิดเผยน้ำพระทัยของพระองค์

 1. พระคัมภีร์

(Psalms 119:105)   Thy word is a lamp unto my feet, and a light unto my path.

(สดุดี 119:105) พระวจนะของพระองค์เป็นโคมสำหรับเท้าของข้าพระองค์ และเป็นความสว่างแก่มรรคาของข้าพระองค์

พระเจ้าได้เขียนพระคัมภีร์ขึ้น และบันทึกสิ่งสารพัดที่เราทุกคนจำเป็นต้องทราบไว้แล้วครับ เมื่อเราอ่านพระคัมภีร์ เราจะรู้จักกับพระเจ้าได้มากขึ้น ว่าพระเจ้าชอบสิ่งใด พระเจ้าไม่ชอบสิ่งใด พระเจ้าคาดหวังให้ทำสิ่งใด พระเจ้าไม่มีวันที่จะนำผู้เชื่อให้ทำในสิ่งที่ขัดต่อข้อพระคัมภีร์ของพระองค์เองครับ

2. พระวิญญาณบริสุทธิ์

(John 16:13)  Howbeit when he, the Spirit of truth, is come, he will guide you into all truth: for he shall not speak of himself; but whatsoever he shall hear, that shall he speak: and he will shew you things to come.

(ยอห์น 16:13) เมื่อพระองค์ พระวิญญาณแห่งความจริงจะเสด็จมาแล้ว พระองค์จะนำท่านทั้งหลายไปสู่ความจริงทั้งมวล เพราะพระองค์จะไม่ตรัสโดยพระองค์เอง แต่พระองค์จะตรัสสิ่งที่พระองค์ทรงได้ยิน และพระองค์จะทรงแจ้งให้ท่านทั้งหลายรู้ถึงสิ่งเหล่านั้นที่จะเกิดขึ้น

พระวิญญาณบริสุทธิ์สถิตอยู่กับผู้เชื่อทุกคนที่ได้รับความรอด หน้าที่อย่างหนึ่งของพระวิญญาณบริสุทธิ์คือการสอนและแสดงให้เห็นถึงพระคำแห่งความจริงของพระเจ้ากับผู้เชื่อครับ เมื่อเราได้อ่านพระคัมภีร์อย่างสม่ำเสมอ พระวิญญาณบริสุทธิ์จะช่วยนำ และเตือนใจเราถึงข้อพระคัมภีร์นั้นๆ ครับ พระองค์ช่วยแนะแนวทางไปถึงการประยุกต์และปรับใช้ในรูปแบบที่สอดคล้องกับข้อพระคัมภีร์ครับ

3. คำแนะนำของผู้อื่น

(Proverbs 11:14) Where no counsel is, the people fall: but in the multitude of counsellors there is safety.

(สุภาษิต 11:14) ที่ไหนที่ไม่มีคำแนะนำ ประชาชนก็ล้มลง แต่ในที่ซึ่งมีที่ปรึกษามากย่อมมีความปลอดภัย

การได้รับคำปรึกษาที่ดี ช่วยลดความเสี่ยงต่อความล้มเหลวที่อาจเกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตามคำปรึกษาเหล่านั้น เราต้องตรวจสอบว่าเป็นไปในแนวทางที่สอดคล้องกับพระคัมภีร์ด้วยเช่นกันครับ

มีที่ปรึกษาคนไหนบ้างที่พระคัมภีร์ให้คำแนะนำไว้ แอดมิน?

ผู้แรกก็คือ คุณพ่อ คุณแม่ ครับ

(Ephesians 6:1)  Children, obey your parents in the Lord: for this is right.

(เอเฟซัส 6:1) ฝ่ายบุตรจงนบนอบเชื่อฟังบิดามารดาของตนในองค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะกระทำอย่างนั้นเป็นการถูก

เราควรรับฟังคำแนะนำ คำปรึกษาของคุณพ่อ คุณแม่ พระเจ้าได้จัดวางลำดับการปกครองและระเบียบในครอบครัวโดยให้มีท่านทั้งสองเป็นผู้ที่อยู่เหนือเรา มีหน้าที่ปกป้อง ดูแล และให้คำแนะนำกับเราครับ

บุคคลต่อมาก็คือ ศิษยาภิบาล ครับ

(Hebrews 13:17) Obey them that have the rule over you, and submit yourselves: for they watch for your souls, as they that must give account, that they may do it with joy, and not with grief: for that is unprofitable for you.

(ฮีบรู 13:17) ท่านทั้งหลายจงเชื่อฟังและยอมอยู่ในโอวาทของคนเหล่านั้นที่ปกครองท่าน ด้วยว่าท่านเหล่านั้นคอยระวังดูจิตวิญญาณของท่าน เหมือนกับผู้ที่จะต้องรายงาน เพื่อเขาจะได้ทำการนี้ด้วยความชื่นใจ ไม่ใช่ด้วยความเศร้าใจ เพราะที่ทำดังนั้นก็จะไม่เป็นประโยชน์อะไรแก่ท่านทั้งหลาย

เราสามารถขอคำปรึกษาจากศิษยาภิบาล หน้าที่หนึ่งของท่านคือการให้คำแนะนำ และปรึกษาตามหลักข้อพระคัมภีร์ครับ

ต่อมาก็คือ คริสตจักร

 (Acts 15:25)  It seemed good unto us, being assembled with one accord, to send chosen men unto you with our beloved Barnabas and Paul,

(กิจการ 15:25) พวกข้าพเจ้าจึงพร้อมใจกันเห็นชอบที่จะเลือกคน และใช้เขามายังท่านทั้งหลายพร้อมกับบารนาบัสและเปาโล ผู้เป็นที่รักของเรา

การตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆ เช่นการออกรับใช้ในพันธกิจใดๆก็ตาม ควรได้รับคำแนะนำและปรึกษาโดยทางคริสตจักรครับ

4. การทรงนำซึ่งเป็นการจัดเตรียมของพระเจ้า

(Psalms 27:11) Teach me thy way, O LORD, and lead me in a plain path, because of mine enemies.

(สดุดี 27:11) โอ ข้าแต่พระเยโฮวาห์ ขอสอนมรรคาของพระองค์แก่ข้าพระองค์ และทรงนำข้าพระองค์ไปบนวิถีราบ เหตุด้วยศัตรูของข้าพระองค์

บางครั้งในชีวิตของคนเรา พระเจ้าใช้สถานการณ์และสภาพแวดล้อมต่างๆ เพื่อนำทางเราให้ไปในทิศทางที่สอดคล้องกับน้ำพระทัยของพระองค์ครับ

ปีนี้ ก็เป็นอีกปีหนึ่งที่พระเจ้ามอบให้กับพวกเรา แอดมินหนุนใจ ทุกคนให้ มั่นอธิษฐาน อ่านพระคัมภีร์ และทูลขอพระเจ้าให้นำทางไปสู่น้ำพระทัยของพระองค์ที่มีไว้กับทุกคนครับ

สุดท้ายกับโพสนี้ แอดมิน ชวนทุกคนให้จดจำพระคัมภีร์ โรม 12:2 ข้อนี้ให้ดีครับ

(Romans 12:2) And be not conformed to this world: but be ye transformed by the renewing of your mind, that ye may prove what is that good, and acceptable, and perfect, will of God.

(โรม 12:2) อย่าประพฤติตามอย่างชาวโลกนี้ แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจเสียใหม่ เพื่อท่านจะได้ทราบพระประสงค์ของพระเจ้าว่าอะไรดี อะไรเป็นที่ชอบพระทัย และอะไรดียอดเยี่ยม

ขอพระเจ้าอวยพรครับ
แอดมิน

อ้างอิง:
The ABC’s of Christians Growth, Robert J. Sargent
ทำความเข้าใจพระคัมภีร์, ดร. เดวิด เอช. โซเร็นสัน

Share

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *