มิตรสหาย
สวัสดีครับทุกคน วันนี้แอดมินชวนทุกคนมาศึกษาพระคัมภีร์ร่วมกันในหัวข้อ การเป็นมิตรสหาย นี่เป็นอีกหนึ่งคุณลักษณะของคริสเตียน เราจะมาดูกันว่าพระคัมภีร์ได้กล่าวเกี่ยวกับประเด็นนี้ไว้ว่าอย่างไรบ้างครับ
(3 John 1:14) But I trust I shall shortly see thee, and we shall speak face to face. Peace be to thee. Our friends salute thee. Greet the friends by name.
(3 ยอห์น 1:14) แต่ข้าพเจ้าหวังใจว่าข้าพเจ้าจะเห็นท่านในเร็ว ๆ นี้ และพวกเราจะพูดกันหน้าต่อหน้า ขอสันติสุขจงมีแก่ท่าน บรรดาสหายของพวกเราขอฝากความคิดถึงมายังท่าน จงทักทายปราศรัยสหายเหล่านั้นตามชื่อของแต่ละคน
(Proverbs 17:17) A friend loveth at all times, and a brother is born for adversity.
(สุภาษิต 17:17) มิตรสหายก็รักอยู่ทุกเวลา และพี่น้องก็เกิดมาเพื่อความทุกข์ยาก
สำหรับชีวิตคริสเตียนแล้ว บางครั้งเราเองก็ต้องการมากกว่าเพียงแค่ความรู้ หรือข้อเท็จจริงจากพระคัมภีร์เมื่อประสบกับปัญหาชีวิต ตลอดระยะเวลาที่เราเป็นคริสเตียนมา เราเคยได้มีโอกาสเป็นมิตรสหายของใครบ้างหรือไม่ครับ พระเยซูคริสต์ทรงเป็นมิตรสหายของเรา พระองค์ทรงรักผู้เชื่อที่รอดอยู่ตลอดเวลา นี่ก็ควรเป็นลักษณะนิสัยที่เราควรฝึกฝนในชีวิตคริสเตียนด้วยเช่นกันครับ
(Proverbs 18:24) A man that hath friends must shew himself friendly: and there is a friend that sticketh closer than a brother.
(สุภาษิต 18:24) คนที่มีเพื่อนหลายคนต้องแสดงตัวเป็นมิตร และมีมิตรสหายคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ชิดยิ่งกว่าพี่น้อง
พระคัมภีร์ข้อนี้ไม่ได้มีอะไรที่ซับซ้อนเลย การมีเพื่อนเราต้องเป็นมิตรกับผู้อื่นก่อน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ทุกคนต่างต้องการใครสักคนที่ไว้ใจได้ สำหรับคริสเตียนแล้วไม่มีใครอื่นที่สามารถไว้ใจได้ทุกเวลานอกจากองค์พระเยซูคริสต์ผู้เป็นพระเจ้านั่นเองครับ คนธรรมดาทั่วไปยังไงก็ยังเป็นคนบาป พวกเขาทำผิดพลาดได้ ทำให้เราผิดหวังได้ครับ พระเจ้ารู้จักเราที่สุดและพระองค์ทรงรักเรามากเช่นกัน
เรามาดูพระคัมภีร์ข้อต่อมากันครับ
(Matthew 27:3) Then Judas, which had betrayed him, when he saw that he was condemned, repented himself, and brought again the thirty pieces of silver to the chief priests and elders,
(Matthew 27:4) Saying, I have sinned in that I have betrayed the innocent blood. And they said, What is that to us? see thou to that.
(มัทธิว 27:3) แล้วยูดาส ผู้ซึ่งได้ทรยศพระองค์แล้ว เมื่อเขาเห็นว่าพระองค์ถูกปรับโทษ ยูดาสเองก็กลับใจ และนำเงินสามสิบเหรียญนั้นมาให้แก่พวกปุโรหิตใหญ่และพวกผู้อาวุโสอีก
(มัทธิว 27:4) โดยกล่าวว่า “ข้าพเจ้าได้ทำบาปในการที่ข้าพเจ้าได้ทรยศโลหิตซึ่งไม่มีความผิด” และคนเหล่านั้นกล่าวว่า “การนั้นเป็นธุระอะไรของพวกเรา เจ้าต้องรับธุระเอาเอง”
เมื่อเราอ่านพระกิตติคุณทั้งสี่เล่ม (มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น) เราพบว่ายูดาส อิสคาริโอท ผู้เป็นหนึ่งในอัครสาวกของพระเยซูคริสต์ ได้ทรยศและหักหลังพระองค์ในท้ายที่สุดเพื่อแลกกับเหรียญเงินสามสิบเหรียญ เขาคนนี้อยู่ด้วยกันมากับพระเยซู รวมถึงกับอัครสาวกคนอื่นๆ ในช่วงเวลาที่พระเยซูปฏิบัติพันธกิจของพระองค์ขณะที่อยู่บนโลกใบนี้ เมื่อเราอ่านมาถึงตอนท้ายๆ จะพบว่ายูดาส อิสคาริโอทได้เข้ากับพวกพวกปุโรหิตใหญ่และนำผู้คนมาจับกุมพระเยซู เรามาอ่านข้อพระคัมภีร์กันต่อครับ
(Matthew 26:47) And while he yet spake, lo, Judas, one of the twelve, came, and with him a great multitude with swords and staves, from the chief priests and elders of the people.
(Matthew 26:48) Now he that betrayed him gave them a sign, saying, Whomsoever I shall kiss, that same is he: hold him fast.
(Matthew 26:49) And forthwith he came to Jesus, and said, Hail, master; and kissed him.
(Matthew 26:50) And Jesus said unto him, Friend, wherefore art thou come? Then came they, and laid hands on Jesus, and took him.
(มัทธิว 26:47) และขณะที่พระองค์ตรัสยังไม่ทันขาดคำ ดูเถิด ยูดาส คนหนึ่งในสิบสองคนนั้น ได้มา และพร้อมกับเขามีประชาชนเป็นอันมาก พร้อมด้วยดาบหลายเล่มและไม้ตะบองหลายอัน มาจากพวกปุโรหิตใหญ่และพวกผู้อาวุโสแห่งประชาชน
(มัทธิว 26:48) บัดนี้ผู้ที่ทรยศพระองค์นั้นได้ให้อาณัติสัญญาณแก่พวกเขา โดยกล่าวว่า “เราจะจุบผู้ใด ก็เป็นผู้นั้นแหละ จงจับกุมเขาไว้ให้แน่นหนาเถิด”
(มัทธิว 26:49) และในทันใดนั้น ยูดาสมาหาพระเยซู และกล่าวว่า “สวัสดี พระอาจารย์” และจุบพระองค์
(มัทธิว 26:50) และพระเยซูตรัสกับเขาว่า “สหายเอ๋ย ท่านมาที่นี่ทำไม” แล้วคนเหล่านั้นก็มา และลงมือจับพระเยซู และคุมตัวพระองค์ไป
พระเยซูยังทรงเรียกยูดาส อิสคาริโอท ผู้ทรยศต่อพระองค์ว่า “สหาย”
สำหรับวันนี้แอดมิน อยากถามทุกคนว่า “พระเยซูเป็นมิตรสหายของคุณหรือไม่?”
เรามีความรอดนิรันดร์ สามารถมั่นใจในความรอดนี้ เพราะพระเยซูทรงสัตย์ซื่อต่อพวกเรา การใช้ชีวิตคริสเตียนหลังจากที่ได้รับความรอดนั้น ไม่ได้มีเพียงการอ่าน ศึกษาพระคัมภีร์ การไปโบสถ์ หรือการอธิษฐานเท่านั้น การมีความรู้ในหลักคำสอนที่ถูกต้องเพียงอย่างเดียวทำให้คริสตจักรอยู่รอดไม่ได้ ในพระคัมภีร์ใหม่มีการยกตัวอย่างสมาชิกคริสตจักรที่ปฏิบัติตนและเป็นแบบอย่างที่ดี เราลองมาดูชีวิตของพวกเขากันครับ
(Romans 16:1) I commend unto you Phebe our sister, which is a servant of the church which is at Cenchrea:
(Romans 16:2) That ye receive her in the Lord, as becometh saints, and that ye assist her in whatsoever business she hath need of you: for she hath been a succourer of many, and of myself also.
(โรม 16:1) ข้าพเจ้าขอแนะนำน้องสาวของพวกเราให้แก่พวกท่าน คือเฟบี ผู้ซึ่งเป็นผู้รับใช้ของคริสตจักรซึ่งอยู่ที่เมืองเคนเครีย
(โรม 16:2) ขอพวกท่านรับนางไว้ในองค์พระผู้เป็นเจ้า ให้สมกับเป็นพวกวิสุทธิชน และขอให้พวกท่านช่วยเหลือนางในกิจการใดก็ตามที่นางต้องการจากพวกท่าน เพราะนางได้เป็นผู้ที่ช่วยเหลือของคนมากมาย และของข้าพเจ้าเองด้วย
เฟบีเธอคนนี้เป็นที่รู้จักในเรื่องของการดูแลสมาชิกคริสตจักรและอัครทูตเปาโล ทุกครั้งๆในยามที่สมาชิกคริสตจักรมีปัญหา เธอรีบวิ่งไปช่วยเหลือพวกเขาตลอด
(Romans 16:6) Greet Mary, who bestowed much labor on us.
(โรม 16:6) จงทักทายปราศรัยมารีย์ ผู้ได้ตรากตรำทำงานหนักเพื่อพวกเรา
มารีย์มีเมตตาต่อพี่น้องในพระคริสต์
(Romans 16:9) Salute Urbane, our helper in Christ, and Stachys my beloved.
(โรม 16:9) ขอฝากความคิดถึงมายังอูรบานัส ผู้ร่วมงานกับพวกเราในพระคริสต์ และสทาคิสที่รักของข้าพเจ้า
อูรบานัส เขาคนนี้เป็นผู้ช่วยในกิจการของคริสตจักร
(1 Corinthians 16:17) I am glad of the coming of Stephanas and Fortunatus and Achaicus: for that which was lacking on your part they have supplied.
(1 Corinthians 16:18) For they have refreshed my spirit and yours: therefore acknowledge ye them that are such.
(1 โครินธ์ 16:17) ข้าพเจ้าก็ชื่นชมยินดีในการมาหาของสเทฟานัส และฟอร์ทูนาทัส และอาคายคัส เพราะว่าสิ่งซึ่งได้ขาดในส่วนของพวกท่านนั้น พวกเขาได้จัดหาให้แล้ว
(1 โครินธ์ 16:18) ด้วยว่าพวกเขาทำให้จิตวิญญาณของข้าพเจ้าและของพวกท่านสดชื่นแล้ว ฉะนั้นพวกท่านจงยอมรับคนทั้งหลายที่เป็นเช่นนั้น
สเทฟานัส ฟอร์ทูนาทัส และอาคายคัส ต่างก็ช่วยทำให้อัครสาวกเปาโลรู้สึกสดชื่น ในยามที่เขาอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากกับงานประกาศ
(Ephesians 6:21) But that ye also may know my affairs, and how I do, Tychicus, a beloved brother and faithful minister in the Lord, shall make known to you all things:
(เอเฟซัส 6:21) แต่เพื่อพวกท่านจะได้ทราบข่าวคราวต่าง ๆ ของข้าพเจ้า และข้าพเจ้าเป็นอยู่อย่างไรด้วย ทีคิกัส ซึ่งเป็นน้องที่รักและเป็นผู้รับใช้อันสัตย์ซื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้า จะแจ้งให้พวกท่านทราบทุกสิ่ง
ทีคิกัสเป็นผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ของพระเจ้า
(Philippians 4:15) Now ye Philippians know also, that in the beginning of the gospel, when I departed from Macedonia, no church communicated with me as concerning giving and receiving, but ye only.
(Philippians 4:16) For even in Thessalonica ye sent once and again unto my necessity.
(Philippians 4:17) Not because I desire a gift: but I desire fruit that may abound to your account.
(Philippians 4:18) But I have all, and abound: I am full, having received of Epaphroditus the things which were sent from you, an odour of a sweet smell, a sacrifice acceptable, wellpleasing to God.
(ฟีลิปปี 4:15) บัดนี้ พวกท่านชาวฟีลิปปีก็ทราบอยู่แล้วด้วยว่า ในเวลาเริ่มแรกแห่งข่าวประเสริฐนั้น เมื่อข้าพเจ้าได้ออกไปจากแคว้นมาซิโดเนีย ไม่มีคริสตจักรใดมีส่วนร่วมกับข้าพเจ้าเกี่ยวกับการถวายทรัพย์และรับการถวายทรัพย์เลย นอกจากพวกท่านพวกเดียวเท่านั้น
(ฟีลิปปี 4:16) เพราะแม้แต่ในเมืองเธสะโลนิกา พวกท่านก็ได้ส่งมาช่วยหลายครั้งหลายหน สำหรับความขัดสนของข้าพเจ้า
(ฟีลิปปี 4:17) มิใช่เพราะว่าข้าพเจ้าปรารถนาของกำนัล แต่ว่าข้าพเจ้าปรารถนาจะให้ผลกำไรเข้าในบัญชีของพวกท่านมากขึ้น
(ฟีลิปปี 4:18) แต่ข้าพเจ้ามีสิ่งของสารพัด และมีบริบูรณ์อยู่แล้ว ข้าพเจ้าก็อิ่มอยู่โดยได้รับบรรดาสิ่งของซึ่งเอปาโฟรดิทัสได้นำมาจากพวกท่าน เป็นกลิ่นหอม เป็นเครื่องบูชาที่โปรด เป็นที่พอพระทัยแด่พระเจ้า
เอปาโฟรดิทัสช่วยนำส่งการสนับสนุนทางการเงินแก่อัครทูตเปาโลเพื่องานมิชชันนารีของเขา
(Colossians 4:12) Epaphras, who is one of you, a servant of Christ, saluteth you, always labouring fervently for you in prayers, that ye may stand perfect and complete in all the will of God.
(โคโลสี 4:12) เอปาฟรัส ผู้ซึ่งเป็นคนหนึ่งในพวกท่าน เป็นผู้รับใช้ของพระคริสต์ ฝากความคิดถึงมายังพวกท่าน โดยทำงานหนักด้วยใจร้อนรนเผื่อพวกท่านในบรรดาการอธิษฐานอยู่เสมอ เพื่อพวกท่านจะยืนอยู่เป็นผู้ใหญ่และสมบูรณ์ครบถ้วนในพระประสงค์ทั้งสิ้นของพระเจ้า
เอปาฟรัสได้อธิษฐานอย่างแรงกล้าเพื่อให้ผู้อื่นยืนหยัดอย่างสมบูรณ์ในพระประสงค์ของพระเจ้า
(1 Peter 5:12) By Silvanus, a faithful brother unto you, as I suppose, I have written briefly, exhorting, and testifying that this is the true grace of God wherein ye stand.
(1 เปโตร 5:12) โดยสิลวานัส พี่น้องสัตย์ซื่อคนหนึ่งแก่พวกท่าน ตามที่ข้าพเจ้าเชื่อนั้น ข้าพเจ้าได้เขียนมาอย่างย่อ ๆ โดยเตือนสติ และเป็นพยานว่านี่แหละคือพระคุณที่แท้จริงของพระเจ้า ซึ่งพวกท่านก็ยืนหยัดอยู่ในพระคุณนั้น
สิลวานัสเป็นพี่น้องที่สัตย์ซื่อซึ่งเป็นพยานถึงพระคุณของพระเจ้า
พระวิญญาณบริสุทธิ์ดลใจอัครทูตเปาโลให้บันทึกชื่อของผู้คนเหล่านี้เอาไว้เพื่อให้เป็นแบบอย่าง และหนุนใจกับพวกเราทุกคนครับ พันธกิจของอัครทูตเปาโลไม่อาจสำเร็จหรือไปได้ไกล หากเขาไม่มีมิตรสหายเหล่านี้คอยให้ความช่วยเหลือ
หากทุกคนได้อ่านโพสนี้แล้ว ก็ลองดูว่าเราเองสามารถเป็นมิตรสหายที่คอยให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนพี่น้องในพระคริสต์คนอื่นๆได้อย่างไรบ้าง
สำหรับเนื้อหาโพสนี้ แอดมินเรียบเรียงมาจากบทเทศนา Being a Friend | Christian Character in Action – Lesson 13 ทุกคนสามารถเข้าไปรับฟังเพิ่มเติมกันได้ครับที่
https://www.youtube.com/watch?v=QrPdkrN8qZc
ขอพระเจ้าอวยพรครับ
แอดมิน



Users Today : 6
Users Last 30 days : 347
Total Users : 10700