พระเยซูฟื้นคืนพระชนม์แล้ว!

สวัสดีครับ วันนี้แอดมินชวนทุกคนมาดูหลักคำสอนหนึ่งที่สำคัญมากของคริสเตียนเรา นั่นก็คือ การฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ การฟื้นคืนพระชนม์ยืนยันตัวตนของพระเยซูในฐานะพระบุตรของพระเจ้า และแสดงให้เห็นถึงอำนาจของพระเจ้าที่อยู่เหนือความตาย การฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่แค่เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์เท่านั้น และมีนัยยะสำคัญสำหรับชีวิตของเราในฐานะผู้เชื่อด้วยเช่นกันครับ

ความสำคัญประการหนึ่งของการฟื้นคืนพระชนม์คือการยืนยันตัวตนของพระเยซูในฐานะพระบุตรของพระเจ้า ดังที่ โรม 1:4 กล่าวไว้ว่า

(Romans 1:4)  And declared to be the Son of God with power, according to the spirit of holiness, by the resurrection from the dead:

(โรม 1:4)  แต่ฝ่ายพระวิญญาณแห่งความบริสุทธิ์นั้นบ่งไว้ด้วยฤทธานุภาพ คือโดยการเป็นขึ้นมาจากความตายว่า เป็นพระบุตรของพระเจ้า

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเล่าหรือนิทานปรัมปรา แต่เป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ นี่คือสิ่งที่ทำให้พระเยซูแตกต่างจากผู้นำศาสนาหรือนักปรัชญาคนอื่นๆในโลกครับ

การฟื้นคืนชีวิตมีความหมายที่สำคัญต่อชีวิตของเราเช่นกัน ในฐานะคริสเตียนเราเชื่อว่าเมื่อเราตายไปแล้ว เราจะถูกทำให้ฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง เช่นเดียวกับพระเยซูเมื่อตอนที่พระองค์ฟื้นขึ้นจากความตาย สิ่งนี้ทำให้เรามีความหวังใจและการปลอบโยน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราเผชิญหน้ากับความตายที่กำลังคืบเข้ามาในชีวิตของเราทุกคน ดังที่ 1 โครินธ์ 15:20 กล่าวว่า

(1 Corinthians 15:20)  But now is Christ risen from the dead, and become the firstfruits of them that slept.

(1 โครินธ์ 15:20)  แต่บัดนี้พระคริสต์ทรงเป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว และทรงเป็นผลแรกในพวกคนทั้งหลายที่ได้ล่วงหลับไปแล้วนั้น

นอกจากนี้การฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูแสดงให้เราเห็นว่า พระเยซูในฐานะที่เป็นพระเจ้าทรงมีอำนาจเหนือความตาย ความตายเป็นศัตรูตัวฉกาจที่เราทุกคนต้องเผชิญ แต่การฟื้นคืนชีพของพระเยซูย้ำเตือนเราว่านี่ยังไม่ใช่จุดจบ ดังที่อัครสาวกเปาโลเขียนไว้ใน 1 โครินธ์ 15:54-55  ครับ

(1 Corinthians 15:54)  So when this corruptible shall have put on incorruption, and this mortal shall have put on immortality, then shall be brought to pass the saying that is written, Death is swallowed up in victory.
(1 Corinthians 15:55)  O death, where is thy sting? O grave, where is thy victory?

(1 โครินธ์ 15:54) เมื่อสิ่งซึ่งเปื่อยเน่านี้จะสวมซึ่งไม่เปื่อยเน่า และซึ่งจะตายนี้จะสวมซึ่งไม่รู้จักตาย เมื่อนั้นตามซึ่งเขียนไว้แล้วจะสำเร็จว่า `ความตายก็ถูกกลืนไปด้วยการมีชัย’
(1 โครินธ์ 15:55) โอ ความตาย เหล็กไนของเจ้าอยู่ที่ไหน โอ หลุมฝังศพ ชัยชนะของเจ้าอยู่ที่ไหน

การฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูเป็นเครื่องเตือนใจว่าพระเจ้าทรงฤทธานุภาพมากกว่าความตาย และเราสามารถวางใจในพระองค์แม้ในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดของชีวิต

การฟื้นคืนชีวิตของพระเยซูทำให้เราเข้าใจถึงงานพันธกิจประกาศข่าวประเสริฐ ในฐานะคริสเตียน พระเจ้าเรียกให้เราแบ่งปันข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซูกับผู้อื่น การฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูก็เป็นหัวใจของข่าวประเสริฐนั้น ดังที่อัครสาวกเปาโลเขียนไว้ใน 1 โครินธ์ 15:14 ครับว่า

(1 Corinthians 15:14) And if Christ be not risen, then is our preaching vain, and your faith is also vain.

(1 โครินธ์ 15:14)  ถ้าพระคริสต์มิได้ทรงเป็นขึ้นมา การเทศนาของเรานั้นก็เปล่าประโยชน์ ทั้งความเชื่อของท่านทั้งหลายก็เปล่าประโยชน์ด้วย

ข้อเท็จจริงที่ว่าพระเยซูทรงฟื้นขึ้นมาจากความตายทำให้เรามีข้อความสำคัญที่จะแบ่งปันกับผู้คนใกล้ตัวเรา และยังเตือนว่าเราเองเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจการประกาศข่าวประเสริฐนี้ด้วยเช่นกันครับ

การฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์เป็นหลักคำสอนสำคัญของคริสเตียน เป็นการยืนยันตัวตนของพระเยซูในฐานะที่เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าที่บังเกิดในสภาพเนื้อหนัง ให้ความหวังและการปลอบโยนใจแก่เราเมื่อเผชิญหน้ากับความตาย เตือนเราให้นึกถึงฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า และให้ภารกิจแก่เราในการแบ่งปันข่าวดีนี้กับผู้อื่น

ขอพระเจ้าอวยพรครับ
แอดมิน

Share

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *