การรับบัพติศมา (ด้วยน้ำ) – Water Baptism

วันนี้แอดมิน ชวนทุกคนมาศึกษาคำสอนคริสเตียนพื้นฐานในหัวข้อ “การรับบัพติศมา(ด้วยน้ำ)” กันครับ บางคนอาจเคยได้ยินคำนี้ที่โบสถ์ แต่อาจไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร มีความสำคัญอย่างไร เรามาดูกันว่าพระคัมภีร์ได้สอนเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่าอย่างไรครับ

(Colossians 2:12) Buried with him in baptism, wherein also ye are risen with him through the faith of the operation of God, who hath raised him from the dead.

(โคโลสี 2:12) ได้ถูกฝังไว้กับพระองค์ในบัพติศมา ซึ่งท่านได้เป็นขึ้นมากับพระองค์ด้วย โดยความเชื่อในการกระทำของพระเจ้า ผู้ได้ทรงบันดาลให้พระองค์เป็นขึ้นมาจากความตาย

จากพระคำข้างต้นนี้ คำว่า บัพติศมา แสดงให้เห็นถึง ภาพที่เกี่ยวข้องกับการถูกฝังไว้ของพระเยซูคริสต์เมื่อตอนที่พระองค์ได้สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน และศพของพระองค์ได้ถูกนำไปฝังไว้ในอุโมงค์ครับ

(Romans 6:4) Therefore we are buried with him by baptism into death: that like as Christ was raised up from the dead by the glory of the Father, even so we also should walk in newness of life.

(โรม 6:4) เหตุฉะนั้นเราจึงถูกฝังไว้กับพระองค์แล้วโดยการรับบัพติศมาเข้าส่วนในความตายนั้น เหมือนกับที่พระคริสต์ได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตาย โดยเดชพระรัศมีของพระบิดาอย่างไร เราก็จะได้ดำเนินตามชีวิตใหม่ด้วยอย่างนั้น

นอกจากนี้พระคำ โรม 6:4 ยังกล่าวไปในทางเดียวกันกับข้อพระคัมภีร์ โคโลสี 2:12 พระคำนี้แสดงให้ผู้เชื่อที่ได้รับความรอดแล้วเห็นถึง ภาพของการถูกฝังลงตามอย่างการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ครับ

พระเยซูคริสต์เองก็ได้รับบัพติศมาเช่นกัน ชายผู้รับบัพติศมาให้พระเยซู มีชื่อรู้จักกันในพระคัมภีร์ว่า “ยอห์นผู้ให้รับบัพติศมา” ครับ

(Mark 1:9) And it came to pass in those days, that Jesus came from Nazareth of Galilee, and was baptized of John in Jordan.
(Mark 1:10) And straightway coming up out of the water, he saw the heavens opened, and the Spirit like a dove descending upon him:

(มาระโก 1:9) ต่อมาในคราวนั้นพระเยซูเสด็จมาจากเมืองนาซาเร็ธแคว้นกาลิลี และได้ทรงรับบัพติศมาจากยอห์นในแม่น้ำจอร์แดน
(มาระโก 1:10) พอพระองค์เสด็จขึ้นมาจากน้ำ ในทันใดนั้นก็ทอดพระเนตรเห็นท้องฟ้าแหวกออก และพระวิญญาณดุจนกเขาเสด็จลงมาบนพระองค์

จากพระคำสองข้อนี้ เราเห็นได้ชัดเจนว่า พระเยซูได้รับการบัพติศมาแบบจุ่มลงไปในน้ำ

พระคัมภีร์กล่าวว่า

พระองค์เสด็จขึ้นมาจากน้ำ

นี่ไม่ได้สื่อถึงการประพรมน้ำอย่างแน่นอน

นอกจากนี้พระคัมภีร์กล่าวถึงสถานที่ที่พระเยซูรับบัพติศมาว่าเป็นแม่น้ำจอร์แดนครับ

(Mark 1:5) And there went out unto him all the land of Judaea, and they of Jerusalem, and were all baptized of him in the river of Jordan, confessing their sins.

(มาระโก 1:5) คนทั่วแคว้นยูเดียกับชาวกรุงเยรูซาเล็มได้พากันออกไปหายอห์น สารภาพความผิดบาปของตน และได้รับบัพติศมาจากท่านในแม่น้ำจอร์แดน

เราลองมาอ่าน และเปรียบเทียบข้อพระคัมภีร์ซึ่งกันละกันใน ยอห์น 3:23 ต่อนะครับ

(John 3:23) John also was baptizing in Aenon near to Salim, because there was much water there: and they came, and were baptized.

(ยอห์น 3:23) ยอห์นก็ให้บัพติศมาอยู่ที่อายโนนใกล้หมู่บ้านสาลิมเหมือนกัน เพราะที่นั่นมีน้ำมาก และผู้คนก็พากันมารับบัพติศมา

เราเห็นได้ว่ายอห์นยังให้บัพติศมาในสถานที่ที่มีน้ำมากด้วยครับ

กล่าวกันว่าในฤดูร้อนของประเทศอิสราเอล เมื่อแม่น้ำเพิ่มขึ้นถึงระดับสูงสุด จะมีความลึกพอที่จะจมผู้ใหญ่สักคนมิดหัวได้เลยครับ

ยอห์นไปยังที่ๆเขาสามารถหาแหล่งน้ำที่จะให้บัพติศมาในลักษณะดังกล่าว นี่สะท้อนให้เห็นชัดเจนถึงรูปแบบการให้บัพติศมาตามข้อพระคัมภีร์ ที่เป็นแบบ การจุ่มลง ครับ

ตอนนี้หลายคนอาจถามว่า การรับบัพติศมา มีความหมาย สื่อถึงอะไรเหรอ แอดมิน ?

เรามาดูข้อพระคัมภีร์ 1 โครินธ์ 15:1-4 กันครับ

(1 Corinthians 15:1) Moreover, brethren, I declare unto you the gospel which I preached unto you, which also ye have received, and wherein ye stand;
(1 Corinthians 15:2) By which also ye are saved, if ye keep in memory what I preached unto you, unless ye have believed in vain.
(1 Corinthians 15:3) For I delivered unto you first of all that which I also received, how that Christ died for our sins according to the scriptures;
(1 Corinthians 15:4)And that he was buried, and that he rose again the third day according to the scriptures:

(1 โครินธ์ 15:1) ยิ่งกว่านี้ พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอให้ท่านคำนึงถึงข่าวประเสริฐที่ข้าพเจ้าเคยประกาศแก่ท่านทั้งหลาย ซึ่งท่านได้ยอมรับไว้ อันเป็นฐานซึ่งท่านทั้งหลายตั้งมั่นอยู่
(1 โครินธ์ 15:2) และซึ่งทำให้ท่านรอดด้วย ถ้าท่านยึดหลักคำสอนที่ข้าพเจ้าได้ประกาศไว้แก่ท่านทั้งหลายนั้น เว้นเสียแต่ท่านได้เชื่ออย่างไร้ประโยชน์
(1 โครินธ์ 15:3) เรื่องซึ่งข้าพเจ้ารับไว้นั้น ข้าพเจ้าได้ประกาศแก่ท่านทั้งหลายก่อน คือว่าพระคริสต์ได้ทรงวายพระชนม์เพราะบาปของเราทั้งหลาย ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์
(1 โครินธ์ 15:4) และทรงถูกฝังไว้ แล้ววันที่สามพระองค์ทรงเป็นขึ้นมาใหม่ตามที่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์นั้น

ในข้อพระคัมภีร์นี้ เราได้เห็นถึงใจความสำคัญของข่าวประเสริฐแห่งพระเยซูคริสต์ครับ

พระคริสต์ได้ทรงวายพระชนม์เพราะบาปของเราทั้งหลาย
ทรงถูกฝังไว้
ทรงเป็นขึ้นมาใหม่

ต่อมาเราลองมาดูข้อพระคัมภีร์ โรม 6:5 กันครับ

(Romans 6:5) For if we have been planted together in the likeness of his death, we shall be also in the likenessof hisresurrection:

(โรม 6:5) เพราะว่าถ้าเราเข้าสนิทกับพระองค์แล้วในการตายอย่างพระองค์ เราก็จะเป็นขึ้นมาอย่างพระองค์ได้ทรงเป็นขึ้นมาจากความตายด้วย

การรับบัพติศมา เป็นภาพสะท้อนให้ผู้เชื่อที่ได้รับความรอดแล้วเห็นถึงการที่พระเยซูคริสต์ได้สิ้นพระชนม์ลง จากนั้นถูกฝังไว้ แล้วก็ฟื้นคืนพระชนม์กลับมาอีกครั้งครับ

ตามข้อพระคัมภีร์แล้ว ไม่ใช่ว่าทุกคนสามารถจะเข้ารับบัพติศมาได้ครับ

(Acts 2:41) Then they that gladly received his word were baptized: and the same day there were added unto themabout three thousand souls.

(กิจการ 2:41) คนทั้งหลายที่รับคำของเปโตรด้วยความยินดีก็รับบัพติศมา ในวันนั้นมีคนเข้าเป็นสาวกเพิ่มอีกประมาณสามพันคน

พระคัมภีร์ข้อนี้กล่าวว่า ก่อนที่ผู้คนเหล่านั้นจะรับบัพติศมา พวกเขาต้องรับเอาและเชื่อในข่าวประเสริฐก่อน พูดง่ายๆก็คือ พวกเขาเหล่านั้นจำเป็นต้องได้รับความรอดก่อน จากนั้นจึงจะสามารถรับบัพติศมาได้ครับ

การรับบัพติศมาให้กับผู้ที่ยังไม่ได้รับความรอดถือว่าขัดกับข้อพระคัมภีร์ครับ

สำหรับใครที่อยากทราบเรื่องหลักคำสอน ความรอด สามารถ เข้าไปอ่านโพส “จะรอดไหมเนี่ย” กันได้ครับ

(Acts 8:37) And Philip said, If thou believest with all thine heart, thou mayest. And he answered and said, I believe that Jesus Christ is the Son of God.

(กิจการ 8:37) และฟีลิปจึงตอบว่า “ถ้าท่านเต็มใจเชื่อท่านก็รับได้”และขันทีจึงตอบว่า “ข้าพเจ้าเชื่อว่า พระเยซูคริสต์เป็นพระบุตรของพระเจ้า”

พระคัมภีร์ข้อนี้แสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติของผู้ที่จะรับบัพติศมาได้ นั่นก็คือ ต้องเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์ เป็นอันดับแรก ครับ

อย่างไรก็ตาม การรับบัพติศมา ไม่สามารถช่วยใครให้ได้รับความรอดได้เลยครับ

บางคนหลงผิดเข้าใจว่า การรับบัพติศมาช่วยให้เขาได้รับความรอด

(Ephesians 2:8) For by grace are ye saved through faith; and that not of yourselves: it is the gift of God:
(Ephesians 2:9) Not of works, lest any man should boast.

(เอเฟซัส 2:8) ด้วยว่าซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณเพราะความเชื่อ และมิใช่โดยตัวท่านทั้งหลายเอง ความรอดนั้นเป็นของประทานจากพระเจ้า
(เอเฟซัส 2:9) ไม่ใช่โดยการกระทำใด ๆ ด้วยเกรงว่าคนหนึ่งคนใดจะอวดได้

ความรอดมีทางเดียวเท่านั้น ซึ่งมาโดยพระคุณของพระเจ้า ผ่านทางความเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์ครับ

วันนี้หากใครที่ได้รับความรอดแล้ว แต่ยังไม่เคยได้รับบัพติศมาเลย แอดมินก็ขอหนุนใจให้ตัดสินใจรับบัพติศมาครับ

พระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา พระองค์เองก็ยังรับบัพติศมาเลย (มาระโก 1:9) เราเองก็ควรดำเนินตามอย่างพระองค์ด้วยความเชื่อฟังครับ

ขอพระเจ้าอวยพรครับ
แอดมิน

อ้างอิง:
The ABC’s of Christians Growth, Robert J. Sargent
ทำความเข้าใจพระคัมภีร์, ดร. เดวิด เอช. โซเร็นสัน

Share

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *