อธิษฐานเผื่อผู้รับใช้ของพระเจ้า
สวัสดีครับทุกคน หลังจากห่างหายไปนาน วันนี้แอดมินกลับมาแล้วกับโฉมหน้าเว็บใหม่จากเดิม Youngtimothy.blog ตอนนี้มาเป็น Learnthaibible.com แอดมินขอบคุณพระเจ้าที่เนื้อหาและการโอนย้ายข้อมูลเดิมทั้งหมดเป็นไปอย่างราบรื่นครับ
เป็นเวลากว่าแปดปีแล้วที่แอดมินได้เชื่อในองค์พระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดส่วนตัว ตลอดเวลาที่ผ่านมาพระเจ้ามีเมตตาต่อแอดมิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้แอดมินอยู่ภายใต้การดูแลเรื่องฝ่ายจิตวิญญาณกับเหล่าอาจารย์ของคริสตจักร รวมไปถึงศิษยาภิบาล และมิชชันนารีหลายคนด้วยกันครับ ในฐานะคริสเตียน เราได้เรียนรู้แล้วว่าการอธิษฐานมีความสำคัญต่อชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณของเรามาก โพสนี้เราจะมาเรียนรู้ข้อพระคัมภีร์ว่า พระเจ้าคาดหวังให้ผู้เชื่ออธิษฐานเผื่อเหล่าศิษยาภิบาล รวมถึงผู้รับใช้ของพระองค์กันอย่างไรบ้าง
1. อธิษฐานขอพระเจ้าให้ส่งคนงานมาในการเก็บเกี่ยวของพระองค์
(Luke 10:1) After these things the Lord appointed other seventy also, and sent them two and two before his face into every city and place, whither he himself would come.
(Luke 10:2) Therefore said he unto them, The harvest truly is great, but the labourers are few: pray ye therefore the Lord of the harvest, that he would send forth labourers into his harvest.
(ลูกา 10:1) ภายหลังเหตุการณ์เหล่านี้ องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตั้งสาวกอื่นอีกเจ็ดสิบคนไว้และใช้เขาออกไปทีละสองคนๆ ให้ล่วงหน้าพระองค์ไปก่อน ให้เข้าไปทุกเมืองและทุกตำบลที่พระองค์จะเสด็จไปนั้น
(ลูกา 10:2) พระองค์ตรัสกับเขาว่า “การเก็บเกี่ยวนั้นเป็นการใหญ่นักหนา แต่คนงานยังน้อยอยู่ เหตุฉะนั้นพวกท่านจงอ้อนวอนพระองค์ผู้ทรงเป็นเจ้าของการเก็บเกี่ยวนั้น ให้ส่งคนงานมาในการเก็บเกี่ยวของพระองค์
โลกเราใบนี้ก็คือท้องทุ่งในฝ่ายจิตวิญญาณที่มีผู้คนหลงหาย และยังไม่รู้จักกับองค์พระเยซูคริสต์เป็นจำนวนมากครับ พระคัมภีร์บอกเราว่า การเก็บเกี่ยวนั้นเป็นการใหญ่นักหนา นี่ก็เพราะเรามีคนงานที่มีส่วนร่วมกับพันธกิจของคริสตจักรท้องถิ่น และการประกาศข่าวประเสริฐเพียงเล็กน้อย การที่มีคริสตจักรท้องถิ่นจัดตั้งขึ้นมาไม่ได้หมายความว่าจะมีการผลิตคนงานออกมาและพร้อมที่เขาจะเข้าสู่การรับใช้โดยทันที ดังนั้นเราจำเป็นต้องอธิษฐานต่อพระเจ้าให้พระองค์ส่งคนงานมาในการเก็บเกี่ยวของพระองค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนงานที่พร้อมและเต็มใจทำงานของพระเจ้าครับ
2. อธิษฐานเผื่อผู้รับใช้ของพระเจ้าให้พูดในสิ่งที่สมควรจะพูด
(Colossians 4:1) Masters, give unto your servants that which is just and equal; knowing that ye also have a Master in heaven.
(Colossians 4:2) Continue in prayer, and watch in the same with thanksgiving;
(Colossians 4:3) Withal praying also for us, that God would open unto us a door of utterance, to speak the mystery of Christ, for which I am also in bonds:
(Colossians 4:11) And Jesus, which is called Justus, who are of the circumcision. These only are my fellowworkers unto the kingdom of God, which have been a comfort unto me.
(โคโลสี 4:1) ฝ่ายนายก็จงทำแก่เหล่าทาสของตนตามความยุติธรรมและสม่ำเสมอกัน เพราะท่านรู้ว่าท่านก็มีนายองค์หนึ่งในสวรรค์ด้วย
(โคโลสี 4:2) จงขะมักเขม้นในการอธิษฐาน จงเฝ้าระวังอยู่ในการนั้นด้วยขอบพระคุณ
(โคโลสี 4:3) และอธิษฐานเผื่อเราด้วย เพื่อพระเจ้าจะได้ทรงโปรดเปิดประตูไว้ให้เราสำหรับพระวาทะนั้น ให้เรากล่าวความลึกลับของพระคริสต์ ที่ข้าพเจ้าถูกจำจองอยู่ก็เพราะเหตุนี้
(โคโลสี 4:11) และเยซูซึ่งมีชื่ออีกว่า ยุสทัส ก็เช่นกัน ซึ่งอยู่ในคณะที่เข้าสุหนัต จำเพาะคนเหล่านี้เท่านั้นเป็นเพื่อนร่วมการกับข้าพเจ้าในอาณาจักรของพระเจ้า ซึ่งเป็นที่หนุนใจของข้าพเจ้า
พระคัมภีร์ข้างต้นหนุนใจคริสเตียนให้อธิษฐานเพื่อที่พระเจ้าจะเปิดประตูให้สำหรับโอกาสในการประกาศข่าวประเสริฐขององค์พระเยซูคริสต์ นอกจากนี้เราควรอธิษฐานเผื่อผู้รับใช้รวมถึงศิษยาภิบาลที่พระเจ้าจะช่วยพวกเขาให้พูดในสิ่งที่ควรจะพูด ไม่ว่าจะเป็น เรื่องราวข่าวประเสริฐต่อกลุ่มคนที่ยังไม่เชื่อ การสอนพระคัมภีร์และการเทศนาต่อกลุ่มผู้เชื่อ เราควรอธิษฐานให้พวกเขาสอนพระวจนะของพระเจ้าด้วยความจริงใจ และให้พูดความจริงในพระคัมภีร์ด้วยความรักและความเมตตาครับ
3. อธิษฐานขอความหนักแน่นของเหล่าผู้รับใช้ของพระเจ้า
(Ephesians 6:18) Praying always with all prayer and supplication in the Spirit, and watching thereunto with all perseverance and supplication for all saints;
(Ephesians 6:19) And for me, that utterance may be given unto me, that I may open my mouth boldly, to make known the mystery of the gospel,
(เอเฟซัส 6:18) จงอธิษฐานวิงวอนทุกอย่างและจงขอโดยพระวิญญาณทุกเวลา ทั้งนี้จงระวังตัวด้วยความเพียรทุกอย่าง จงอธิษฐานเพื่อวิสุทธิชนทุกคน
(เอเฟซัส 6:19) และอธิษฐานเพื่อข้าพเจ้าด้วย เพื่อจะทรงประทานให้ข้าพเจ้ามีคำพูดและเกิดใจกล้าประกาศถึงข้อลึกลับแห่งข่าวประเสริฐได้
พระคัมภีร์ข้อนี้สอนพวกเราชัดเจนให้อธิษฐานเผื่อผู้รับใช้ของพระเจ้า ที่พวกเขาจะมีความหนักแน่นในการประกาศข่าวประเสริฐขององค์พระเยซูคริสต์ครับ
(1 Corinthians 2:1) And I, brethren, when I came to you, came not with excellency of speech or of wisdom, declaring unto you the testimony of God.
(1 Corinthians 2:2) For I determined not to know any thing among you, save Jesus Christ, and him crucified.
(1 Corinthians 2:3) And I was with you in weakness, and in fear, and in much trembling.
(1 Corinthians 2:4) And my speech and my preaching was not with enticing words of man’s wisdom, but in demonstration of the Spirit and of power:
(1 โครินธ์ 2:1) พี่น้องทั้งหลาย เมื่อข้าพเจ้ามาหาท่าน ข้าพเจ้ามิได้มาเพื่อประกาศสักขีพยานของพระเจ้าแก่ท่านทั้งหลาย ด้วยถ้อยคำอันไพเราะหรือด้วยสติปัญญา
(1 โครินธ์ 2:2) เพราะข้าพเจ้าตั้งใจว่าจะไม่แสดงความรู้เรื่องใดๆในหมู่พวกท่านเลยเว้นแต่เรื่องพระเยซูคริสต์ และการที่พระองค์ทรงถูกตรึงที่กางเขน
(1 โครินธ์ 2:3) และเมื่อข้าพเจ้าอยู่กับท่านทั้งหลาย ข้าพเจ้าก็อ่อนกำลัง มีความกลัวและตัวสั่นเป็นอันมาก
(1 โครินธ์ 2:4) คำพูดและคำเทศนาของข้าพเจ้า ไม่ใช่คำที่เกลี้ยกล่อมด้วยสติปัญญาของมนุษย์ แต่เป็นคำซึ่งได้แสดงพระวิญญาณและพระเดชานุภาพ
แม้แต่อัครทูตเปาโลเองก็ยังต้องพึ่งพาการช่วยเหลือขององค์พระวิญญาณบริสุทธิ์ทุกๆครั้งที่ท่านรับใช้และเทศนาสั่งสอนเหล่าผู้คน นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เราควรอธิษฐานเผื่อเหล่าศิษยาภิบาล ผู้รับใช้ให้ได้รับการเสริมกำลังจากทางพระวิญญาณบริสุทธิ์เมื่อพวกเขาเทศนาและประกาศข่าวประเสริฐต่อกลุ่มคนครับ
4. อธิษฐานเผื่องานพันธกิจไม่ให้ถูกรบกวนและไม่พบกับการแทรกแซง
(1 Timothy 2:2) For kings, and for all that are in authority; that we may lead a quiet and peaceable life in all godliness and honesty.
(1 ทิโมธี 2:2) เพื่อกษัตริย์ทั้งหลายและคนทั้งปวงที่มีตำแหน่งสูง เพื่อเราจะได้ดำเนินชีวิตอย่างเงียบๆและสงบสุข ในทางที่เป็นอย่างพระเจ้าและอย่างซื่อสัตย์
พระเจ้าบอกกับเราผ่านทางพระคัมภีร์ข้อนี้เพื่อให้คริสเตียนหมั่นอธิษฐานที่ทางรัฐบาลจะไม่เข้ามาแทรกแซงพันธกิจ การทำงานของคริสตจักรท้องถิ่น เราควรอธิษฐานเผื่อรัฐบาลที่จะไม่ทำให้การเทศนาผ่านหลักการของพระคัมภีร์เป็นเรื่องผิดกฎหมายด้วยครับ
5. อธิษฐานว่าเหล่าศัตรูจะไม่สามารถหยุดยั้งนักเทศน์ และอธิษฐานให้ผู้คนได้รับพันธกิจที่พึงปฏิบัติต่อพวกเขา
(Romans 15:30) Now I beseech you, brethren, for the Lord Jesus Christ’s sake, and for the love of the Spirit, that ye strive together with me in your prayers to God for me;
(Romans 15:31) That I may be delivered from them that do not believe in Judaea; and that my service which I have for Jerusalem may be accepted of the saints;
(Romans 15:32) That I may come unto you with joy by the will of God, and may with you be refreshed.
(โรม 15:30) พี่น้องทั้งหลาย โดยเห็นแก่พระเยซูคริสต์เจ้าและโดยเห็นแก่ความรักของพระวิญญาณ ข้าพเจ้าจึงวิงวอนขอให้ท่านช่วยอธิษฐานพระเจ้าด้วยใจร้อนรนเพื่อข้าพเจ้า
(โรม 15:31) เพื่อให้ข้าพเจ้าพ้นจากมือคนในประเทศยูเดียที่ไม่เชื่อ และเพื่อให้การปรนนิบัติเนื่องด้วยผลทานซึ่งข้าพเจ้านำไปยังกรุงเยรูซาเล็มเป็นที่พอใจของวิสุทธิชน
(โรม 15:32) เพื่อข้าพเจ้าจะได้มาหาท่านตามชอบพระทัยพระเจ้า ด้วยความชื่นชมยินดีและมีความเบิกบานแจ่มใสที่ได้พบท่าน
พระคัมภีร์ข้อนี้หนุนใจคริสเตียนเราที่จะอธิษฐานอย่างกระตือรือร้น เพื่อเหล่าผู้ที่ไม่เชื่อจะไม่สามารถหยุดการประกาศข่าวประเสริฐลงได้ เราควรอธิษฐานเผื่อเหล่าศิษยาภิบาลเพื่อไม่ให้พวกศัตรูเข้ามาขัดขวางและหยุดยั้งการงานของข่าวประเสริฐด้วยเช่นกันครับ นอกจากนี้เราควรอธิษฐานเผื่อผู้คนที่ฟังการเทศนาของศิษยาภิบาลที่จะยอมรับเข้าเนื้อหาของพระคัมภีร์ และรับเอาพระวจนะของพระเจ้าครับ
6. อธิษฐานเผื่อผู้รับใช้ของพระเจ้าที่จะใช้ชีวิตอย่างบริสุทธิ์
(2 Corinthians 13:7) Now I pray to God that ye do no evil; not that we should appear approved, but that ye should do that which is honest, though we be as reprobates.
(2 Corinthians 13:8) For we can do nothing against the truth, but for the truth.
(2 โครินธ์ 13:7) บัดนี้ข้าพเจ้าอธิษฐานต่อพระเจ้าเพื่อท่านทั้งหลายจะไม่กระทำชั่วใดๆ มิใช่ว่าเราจะให้ปรากฏว่าเราเป็นที่ทรงชอบพระทัย แต่เพื่อท่านจะประพฤติเป็นที่ชอบ ถึงแม้จะดูเหมือนเราเองเป็นผู้ถูกทอดทิ้ง
(2 โครินธ์ 13:8) เพราะว่าเราจะกระทำสิ่งใดขัดกับความจริงไม่ได้ ได้แต่ทำเพื่อความจริงเท่านั้น
พระคัมภีร์ข้อนี้หนุนใจเราให้อธิษฐานเผื่อบรรดาศิษยาภิบาล ผู้รับใช้ของพระเจ้า เพื่อที่พวกเขาจะใช้ชีวิตอยู่ในหนทางแห่งความบริสุทธิ์ ให้ชีวิตและคำพยานของพวกเขาไม่ด่างพร้อย เมื่อใดก็ตามที่ชีวิตของศิษยาภิบาลมัวหมองเพราะเหตุแห่งความบาป และการไม่อยู่ในหนทางที่สะอาดบริสุทธิ์ สิ่งนี้จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อคริสตจักรท้องถิ่นครับ
7. อธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ
(1 Thessalonians 5:17) Pray without ceasing.
(1 เธสะโลนิกา 5:17) จงอธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ
พระคัมภีร์ข้อนี้สั้นกระชับได้ใจความ พระเจ้าสอนพวกเราให้ อธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ ครับ
สำหรับเนื้อหาโพสนี้ แอดมินเรียบเรียงมาจากบทเทศนา Praying For Ministers | Christian Character in Action – Lesson 28 ทุกคนสามารถเข้าไปรับฟังเพิ่มเติมกันได้ครับที่
https://www.youtube.com/watch?v=QFaoVGNeUqc
ขอพระเจ้าอวยพรครับ
แอดมิน




Users Today : 3
Users Last 30 days : 351
Total Users : 10716