พระคัมภีร์กับประเด็น Homosexuality (การรักร่วมเพศ) – Part 2

สวัสดีครับ วันนี้เราศึกษาข้อพระคัมภีร์เพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็น Homosexuality (การรักร่วมเพศ) กันต่อครับ บ่อยครั้งเมื่อนักเทศน์หรือศิษยาภิบาลพยายามอธิบายประเด็นนี้ หลายคนอาจเกิดความรู้สึกต่อต้านหรือเห็นต่าง อย่างไรก็ตามความคิดเห็นส่วนตัวไม่มีน้ำหนักเลยหากเทียบกับสิ่งที่พระเจ้าได้เขียนเอาไว้ในพระคัมภีร์เกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ เรามาดูกันว่าในพระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่กล่าวถึงประเด็นความบาปแห่งการรักร่วมเพศไว้ว่าอย่างไรกันบ้าง

เราเริ่มต้นด้วยข้อพระคัมภีร์ โรม 1:26-27 กันครับ

(Romans 1:26) For this cause God gave them up unto vile affections: for even their women did change the natural use into that which is against nature:
(Romans 1:27) And likewise also the men, leaving the natural use of the woman, burned in their lust one toward another; men with men working that which is unseemly, and receiving in themselves that recompence of their error which was meet.

(โรม 1:26) เพราะเหตุนี้พระเจ้าจึงทรงปล่อยให้เขามีราคะตัณหาอันน่าอัปยศ แม้แต่พวกผู้หญิงของเขาก็เปลี่ยนจากการสัมพันธ์ตามธรรมชาติ ให้ผิดธรรมชาติไป
(โรม 1:27) ฝ่ายผู้ชายก็เลิกการสัมพันธ์กับผู้หญิงให้ถูกตามธรรมชาติเช่นกัน และเร่าร้อนด้วยไฟแห่งราคะตัณหาที่มีต่อกัน ผู้ชายกับผู้ชายด้วยกันประกอบกิจอันชั่วช้าอย่างน่าละอาย เขาจึงได้รับผลกรรมอันสมควรแก่ความผิดของเขา

การรักร่วมเพศเป็นความบาปครับ จากพระคำข้อนี้ พระเจ้ากล่าวว่านี่เป็นความบาปที่ผิดธรรมชาติ เห็นได้ชัดว่าความบาปในเรื่องนี้ไม่ได้เป็นมาโดยกำเนิด หรือถ่ายทอดมาโดยกรรมพันธุ์แต่อย่างใดเลยครับ นอกจากนี้พระเจ้าบอกว่าความบาปนี้เป็นราคะตัณหาอันน่าอัปยศ เร่าร้อนด้วยไฟ พระเจ้ายังคงมีจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่องความบาปนี้ครับ

พระเจ้ายังบอกอีกด้วยว่าผู้ที่กระทำความบาปอันไม่ปกติและผิดธรรมชาติเช่นนี้ ยังได้รับผลแห่งการกระทำที่สมควรแก่ความผิดของพวกเขาด้วยเช่นกันครับ ที่เห็นได้ชัดในปัจจุบัน ก็คือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือแม้แต่กระทั่งการติดเชื้อ HIV นั่นเองครับ 

มีหลายคนบอกว่า “ผู้ที่กระทำบาปแห่งการรักร่วมเพศ ไม่สามารถได้รับความรอดได้ พวกเขาได้กระทำบาปอันยากแก่การให้อภัย” นี่ไม่ใช่ความจริงเลยครับ เช่นเดียวกับความบาปแห่งการล่วงประเวณี การเล่นชู้ การโลภ การฉ้อโกง การขโมย การขี้เมา ความบาปแห่งการรักร่วมเพศ สามารถได้รับการอภัยได้โดยพระคุณผ่านทางความเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์เท่านั้นครับ

ทุกความบาปล้วนมีผลลัพธ์เดียวกันหมดครับ คือนำไปสู่ความตาย มนุษย์ทุกคนมีจุดจบของชีวิตเหมือนกัน วันหนึ่งร่างกายจะเสื่อมสลาย หมดลมหายใจ และตายลงไปในที่สุดครับ ผู้เชื่อที่ได้รับความรอดแล้ว ก็ไม่สามารถหนีจากความตายของร่างกายเนื้อหนังนี้ได้ครับ เว้นเสียแต่การรับขึ้นของคริสตจักร (Rapture of the Church) ได้บังเกิดขึ้น

(Romans 6:23) For the wages of sin is death; but the gift of God is eternal life through Jesus Christ our Lord.

(โรม 6:23) เพราะว่าค่าจ้างของความบาปคือความตาย แต่ของประทานของพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา

อย่างไรก็ตามพระคุณของพระเจ้าก็ยังคงมากเพียงพอที่สามารถช่วยผู้คนที่หลงติดในความบาปแห่งการรักร่วมเพศได้ครับ

เชื่อหรือไม่ครับว่าในพระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่ได้มีเขียนบอกว่ามีผู้คนที่เคยทำบาปแห่งการรักร่วมเพศ แล้วได้กลับใจใหม่ มาเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเขา เห็นได้ชัดว่าการรักร่วมเพศเป็นสิ่งที่ผิดปกติและมีมาตั้งนานแล้ว ไม่ได้เป็นกระแสขับเคลื่อนทางสังคมใหม่แต่อย่างใดเลยครับ

แอดมินชวนทุกคนมาอ่านข้อพระคัมภีร์ 1 โครินธ์ 6:9-11 กันครับ

(1 Corinthians 6:9) Know ye not that the unrighteous shall not inherit the kingdom of God? Be not deceived: neither fornicators, nor idolaters, nor adulterers, nor effeminate, nor abusers of themselves with mankind,
(1 Corinthians 6:10) Nor thieves, nor covetous, nor drunkards, nor revilers, nor extortioners, shall inherit the kingdom of God.
(1 Corinthians 6:11) And such were some of you: but ye are washed, but ye are sanctified, but ye are justified in the name of the Lord Jesus, and by the Spirit of our God.

(1 โครินธ์ 6:9) ท่านไม่รู้หรือว่าคนอธรรมจะไม่ได้รับอาณาจักรของพระเจ้าเป็นมรดก อย่าหลงเลย คนล่วงประเวณี คนถือรูปเคารพ คนผิดผัวเมียเขา คนนิสัยเหมือนผู้หญิงหรือคนที่เป็นกะเทย
(1 โครินธ์ 6:10) คนขโมย คนโลภ คนขี้เมา คนปากร้าย คนฉ้อโกง จะไม่ได้รับอาณาจักรของพระเจ้าเป็นมรดก
(1 โครินธ์ 6:11) แต่ก่อนมีบางคนในพวกท่านเป็นคนอย่างนั้น แต่ท่านได้รับทรงชำระแล้ว และได้ทรงแยกตั้งท่านไว้แล้ว แต่พระวิญญาณแห่งพระเจ้าของเราได้ทรงตั้งท่านให้เป็นผู้ชอบธรรมในพระนามของพระเยซูเจ้า

พระคัมภีร์ 1 โครินธ์ 6:9 กล่าวถึงคนที่กระทำความบาปแห่งการรักร่วมเพศ ว่าเป็น คนนิสัยเหมือนผู้หญิง (effeminate) หรือคนที่เป็นกะเทย (abusers of themselves with mankind)

คราวนี้ แอดมินขอให้ทุกคนอ่าน พระคัมภีร์ 1 โครินธ์ 6:11 ดีๆ นะครับ

… And such were some of you.
…แต่ก่อนมีบางคนในพวกท่านเป็นคนอย่างนั้น.

พระคำข้อนี้ทำให้เราเห็นว่าสมาชิกที่คริสตจักรที่เมืองโครินธ์บางคน ครั้งหนึ่งก็เคยกระทำความบาปแห่งการรักร่วมเพศ แต่ในที่สุด เขากลับใจ เชื่อในข่าวประเสริฐ และก็ได้รับความรอดผ่านทางพระคุณโดยความเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์เหมือนกันครับ ความบาปนั้นได้ถูกชำระล้างไปเมื่อครั้งวินาทีแรกที่เขาเชื่อในองค์พระเยซู จิตวิญญาณของผู้นั้นได้รับการแยกตั้งไว้ และเขาก็ได้รับเอาความชอบธรรมแห่งองค์พระเยซูคริสต์มาโดยทางความเชื่อครับ

ความบาปแห่งการรักร่วมเพศเป็นสิ่งที่ผิดปกติ ฝืนธรรมชาติ ซึ่งข้อพระคัมภีร์ได้กล่าวประณาม นอกจากนี้ยังเป็นความบาปที่นำพาความเสื่อมมาสู่ประเทศใดก็ตามที่สนับสนุน และประพฤติปฏิบัติครับ

Proverbs 14:34  Righteousness exalteth a nation: but sin is a reproach to any people.

(สุภาษิต 14:34) ความชอบธรรมเชิดชูประชาชาติหนึ่งๆ แต่บาปเป็นเหตุให้ชนชาติหนึ่งๆถูกตำหนิ

มีเพียงองค์พระเยซูคริสต์ผู้เดียวเท่านั้นที่เป็นความหวังสุดท้ายเพื่อช่วยผู้กระทำความบาปแห่งการรักร่วมเพศให้รอดได้

ขอพระเจ้าอวยพรครับ
แอดมิน

อ้างอิง:
The ABC’s of Christians Growth, Robert J. Sargent

 

Share

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *