พระเจ้าองค์เดียว
สวัสดีครับทุกคน วันนี้แอดมินมีโอกาสได้โพสหัวข้อใหม่ ที่เป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับความเชื่อและหลักคำสอนของคริสเตียน เราจะได้เรียนรู้ในเรื่องของ “พระเจ้า” กันครับ ก่อนอื่นเลย พระคัมภีร์ไม่ได้นำเสนอข้อโต้แย้งใดๆเพื่อสนับสนุนเรื่องการมีอยู่ของพระเจ้า พระคัมภีร์ไม่ได้มีบอกไว้ว่าใครเป็นผู้สร้างพระเจ้า พระคัมภีร์ถือว่าข้อเท็จจริงเรื่องพระเจ้าเป็นเรื่องที่ต้องเชื่ออยู่แล้วครับ
พระเจ้านั้นอยู่เหนือความเข้าใจแบบมนุษย์ของเรา แต่พระเจ้าก็เปิดเผยพระองค์เองให้เรารู้จักได้ผ่านทางพระคัมภีร์ครับ
ใครสร้างพระเจ้า?
คำตอบก็คือ ไม่มีใครสร้างพระเจ้า ครับ พระเจ้าอยู่เป็นนิรันดร์ เนื่องจากเราไม่เห็นพระเจ้าด้วยตาเปล่า เลยทำให้เชื่อได้ยากว่าพระเจ้านั้นมีอยู่จริง บางครั้งสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้มีอยู่จริงนะครับ แอดมิน ยกตัวอย่างครับ ทุกวันนี้เราทำงานที่ออฟฟิศ อยู่ในร้านกาแฟ เราต่างใช้อินเตอร์เน็ต
แต่ไม่มีใครสามารถมองเห็น คลื่นสัญญาณ Wifi ที่อยู่ในอากาศได้ด้วยตาเปล่า แต่เราก็ยังเชื่อและรู้ว่าคลื่นสัญญาณ Wifi นั่นมีอยู่จริงเลย
(Hebrews 11:6) But without faith it is impossible to please him: for he that cometh to God must believe that he is, and that he is a rewarder of them that diligently seek him.
(ฮีบรู 11:6) แต่ถ้าไม่มีความเชื่อแล้ว จะเป็นที่พอพระทัยของพระองค์ก็ไม่ได้เลย เพราะว่าผู้ที่จะมาหาพระเจ้าได้นั้นต้องเชื่อว่าพระองค์ทรงดำรงพระชนม์อยู่ และพระองค์ทรงเป็นผู้ประทานบำเหน็จให้แก่ทุกคนที่ขยันหมั่นเพียรแสวงหาพระองค์
พระคัมภีร์ข้อนี้บอกว่าอย่างไรครับ?
ผู้ที่จะมาหาพระเจ้าได้นั้นต้อง เชื่อว่าพระองค์ทรงดำรงพระชนม์อยู่ ความเชื่อของคริสเตียนไม่ได้มีพื้นฐานอยู่บนอารมณ์หรือความรู้สึก เพราะว่าสิ่งเหล่านี้ไม่มีความแน่นอน เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ความเชื่อของคริสเตียนนั้นมีรากฐานสำคัญอยู่บนสิ่งที่พระเจ้าได้เปิดเผยไว้แล้วในพระคัมภีร์ เราจึงมั่นใจได้ว่าพระเจ้านั้นมีอยู่จริง โดยไม่จำเป็นต้องเห็นพระองค์ได้ด้วยตาเปล่าก่อนถึงจะเชื่อ และพระองค์จะทรงอวยพรคนที่แสวงหาพระองค์อย่างขะมักเขม้นครับ
มีพระเจ้าอยู่กี่องค์?
คำถามนี้สำคัญต่อความเชื่อคริสเตียนมากครับ แอดมินชวนทุกคนมาดูตามข้อพระคัมภีร์ ทั้งภาคพันธสัญญาเดิม
(Deuteronomy 6:4) Hear, O Israel: The LORD our God is one LORD:
(พระราชบัญญัติ 6:4) โอ คนอิสราเอล จงฟังเถิด พระเยโฮวาห์พระเจ้าของเราทั้งหลายเป็นพระเยโฮวาห์องค์เดียว
และภาคพันธสัญญาใหม่ครับ
(1 Timothy 2:5) For there is one God, and one mediator between God and men, the man Christ Jesus;
(1 ทิโมธี 2:5) ด้วยเหตุว่า มีพระเจ้าองค์เดียวและมีคนกลางแต่ผู้เดียวระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ คือพระเยซูคริสต์ผู้ทรงสภาพเป็นมนุษย์
พระคัมภีร์ทั้งสองข้อบอกเราอย่างชัดเจน ว่า มีพระเจ้าองค์เดียว เท่านั้นครับ
นอกจากนี้ในพระคัมภีร์ 1 ทิโมธี 2:5 เราเห็นได้ว่ามีคนกลางเพียงผู้เดียวระหว่างพระเจ้าและมนุษยชาติ คนกลางผู้นั้นก็คือ พระเยซูคริสต์ แอดมินชวนให้ทุกคนสังเกตสิ่งที่พระคัมภีร์ได้เขียนบอกไว้นะครับ พระเยซูคริสต์ (ผู้ซึ่งเป็นพระเจ้า) ถูกเรียกในที่นี้ว่า ผู้ทรงสภาพเป็นมนุษย์ นี่สื่อชัดเจนถึงความเป็นมนุษย์ของพระองค์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราทรงเป็นทั้งมนุษย์และพระเจ้าในเวลาเดียวกันครับ
เรามาดูเพิ่มเติมกับพระคัมภีร์ 1 ยอห์น 5:7 กันครับ
(1 John 5:7) For there are three that bear record in heaven, the Father, the Word, and the Holy Ghost: and these three are one.
(1 ยอห์น 5:7) เพราะมีพยานอยู่สามพยานในสวรรค์ คือพระบิดา พระวาทะ และพระวิญญาณบริสุทธิ์ และพยานทั้งสามนี้เป็นองค์เดียวกัน
พระเจ้าองค์เดียวนี้ทรงดำรงอยู่ชั่วนิรันดร์ เท่าเทียมกัน และเป็นสาระสำคัญในฐานะสามพระภาค นี่เป็นที่รู้จักในชื่อหลักคำสอนเรื่องตรีเอกานุภาพ พระคัมภีร์สอนว่ามีพระเจ้าองค์เดียวแต่มีสามพระภาคในเทวสภาพครับ ซึ่งประกอบไปด้วย
- พระบิดา
- พระวาทะ (พระเยซูคริสต์)
- พระวิญญาณบริสุทธิ์
เมื่อเราได้อ่านพระคัมภีร์ มัทธิว 3:16-17 เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีพระเจ้าองค์เดียว ที่มีสามพระภาคในเทวสภาพครับ
(Matthew 3:16) And Jesus, when he was baptized, went up straightway out of the water: and, lo, the heavens were opened unto him, and he saw the Spirit of God descending like a dove, and lighting upon him:
(Matthew 3:17) And lo a voice from heaven, saying, This is my beloved Son, in whom I am well pleased.
(มัทธิว 3:16) และพระเยซูเมื่อพระองค์ทรงรับบัพติศมาแล้ว ในทันใดนั้นก็เสด็จขึ้นจากน้ำ และดูเถิด ท้องฟ้าก็แหวกออก และพระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นพระวิญญาณของพระเจ้าเสด็จลงมาดุจนกเขาและสถิตอยู่บนพระองค์
(มัทธิว 3:17) และดูเถิด มีพระสุรเสียงตรัสจากสวรรค์ว่า “ท่านผู้นี้เป็นบุตรที่รักของเรา เราโปรดปรานท่านมาก”
ถึงแม้ว่าเราไม่อาจเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจนมากนัก เราก็พอที่จะอธิบายมันได้โดยใช้ภาพประกอบของแก้วที่มีน้ำ น้ำแข็ง แล้วระเหยกลายเป็นไอน้ำ
น้ำ (สถานะเป็นของเหลว) น้ำแข็ง (สถานะเป็นของแข็ง) ไอน้ำ (สถานะเป็นแก๊ส) ต่างก็มีสูตรเคมี (H2O) อยู่ในสามระยะที่แตกต่างกัน แต่ละระยะอาจมีอยู่โดยแยกจากกัน หรืออยู่ด้วยกันทั้งหมดก็ได้ ครับ

ครั้งหน้าแอดมินจะแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับพระลักษณะของพระเจ้าครับ
ขอพระเจ้าอวยพรครับ
แอดมิน
อ้างอิง:
The ABC’s of Christians Growth, Robert J. Sargent
ทำความเข้าใจพระคัมภีร์, ดร. เดวิด เอช. โซเร็นสัน



Users Today : 6
Users Last 30 days : 347
Total Users : 10700