จงถ่อมตน
สวัสดีครับทุกคน วันนี้เรายังคงอยู่ในเรื่องของ “คุณลักษณะคริสเตียน” ข้อหัวที่เราจะมาดูในพระคัมภีร์ก็คือเรื่องของการถ่อมตัว นี่เป็นคุณลักษณะสำคัญที่ผู้เชื่อควรฝึกฝนและปฏิบัติตนครับ การถ่อมตัวเป็นสิ่งที่ขัดต่อธรรมชาติเนื้อหนังของมนุษย์เรา โดยปกติแล้วคนเราชอบยกย่องตนเอง ให้ความสำคัญกับตนเอง และอยากให้คนอื่นมาเทิดทูนตนเอง เมื่อเราได้อ่านพระคัมภีร์แล้ว เราจะพบว่าพระเจ้าคาดหวังให้ผู้เชื่อถ่อมตัว ให้ความสำคัญและห่วงใยต่อผู้อื่น มากกว่าการจดจ่ออยู่กับตนเองครับ
เราเริ่มต้นด้วยพระคำสดุดีบทที่ 25 ข้อ 9 กันครับ
(Psalms 25:9) The meek will he guide in judgment: and the meek will he teach his way.
(สดุดี 25:9) พระองค์จะทรงนำคนใจถ่อมไปในสิ่งที่ถูก และทรงสอนมรรคาของพระองค์แก่คนใจถ่อม
หากเราอยากรู้จักพระเจ้ามากขึ้น อยากเรียนรู้ และเข้าใจพระคำของพระองค์มากขึ้น เราจำเป็นต้องฝึกฝนตนเองในเรื่องของการถ่อมตน คำว่า ถ่อม อาจเป็นคำที่เราไม่ค่อยได้ยินมากนักในชีวิตประจำวันที่ต่างคนต่างหาประโยชน์เข้าสู่ตนเองเป็นหลัก พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ให้ความหมายคำนี้ไว้ว่า “ทำให้ตํ่าลง” แน่นอนว่าสิ่งนี้ไม่ใส่ธรรมชาติของคนเรา ดังนั้นผู้เชื่อต้องอาศัยการช่วยเหลือจากพระเจ้าในเรื่องการถ่อมตัวครับ
เรามาดูพระคำข้อต่อมากันครับ
(Romans 15:1) We then that are strong ought to bear the infirmities of the weak, and not to please ourselves.
(Romans 15:2) Let every one of us please his neighbour for his good to edification.
(Romans 15:3) For even Christ pleased not himself; but, as it is written, The reproaches of them that reproached thee fell on me.
(โรม 15:1) พวกเราที่มีความเชื่อเข้มแข็งควรจะอดทนในข้อเคร่งหยุมๆหยิมๆของคนที่อ่อนในความเชื่อ และไม่ควรกระทำสิ่งใดตามความพอใจของตัวเอง
(โรม 15:2) เราทุกคนจงกระทำให้เพื่อนบ้านพอใจ เพื่อนำประโยชน์และความเจริญมาให้เขา
(โรม 15:3) เพราะว่าพระคริสต์ก็มิได้ทรงกระทำสิ่งที่พอพระทัยพระองค์ ตามที่มีคำเขียนไว้แล้วว่า `คำพูดเยาะเย้ยของบรรดาผู้ที่เยาะเย้ยพระองค์ ตกอยู่แก่ข้าพระองค์’
พระเจ้าสอนหลายอย่างเลยครับจากพระคำข้างต้น พระเจ้าประทานความสามารถพิเศษต่างๆให้กับแต่ละบุคคล หากเราไม่เรียนรู้ที่จะใช้ความสามารถพิเศษนั้นเพื่อพระเกียรติของพระเจ้าและเพื่อส่งเสริมคนอื่น สิ่งนี้จะนำมาซึ่งปัญหาโดยเฉพาะทางด้านจิตวิญญาณ ไม่ว่าจะเป็นการหยิ่งยโส ทะนงตัว นอกจากนี้พระเจ้าคาดหวังให้ผู้ที่เข้มแข็งในความเชื่อต้องรู้จักอดทน อดกลั้นต่อผู้เชื่อที่ยังอ่อนแอในความเชื่อเช่นกันครับ ผู้เชื่อต้องรู้จักทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น
ผู้เชื่อควรมั่นทบทวนการใช้ชีวิต และดูว่าสิ่งที่ตนกระทำนั้นนำประโยชน์และความเจริญมาให้ผู้คนอื่นบ้างไหม ยกตัวอย่างเช่น ผู้เชื่อที่มีของประทานด้านการสอนพระคำพระเจ้า และรับใช้ผ่านชั้นเรียนวันอาทิตย์ ควรใช้ความสามารถนี้ในการเสริมสร้างผู้เชื่อคนอื่นๆให้เติบโตขึ้นในความเชื่อ ก้าวไปสู่การรับใช้พันธกิจอื่นๆต่อไปภายภาคหน้า
สิ่งที่สำคัญคือ เราต้องหยุดคิดว่าเราจะได้ผลประโยชน์อะไรตอบแทนในการรับใช้พระเจ้า องค์พระเยซูคริสต์ไม่เคยคิดถึงประโยชน์ของพระองค์เอง ในทางกลับกันพระองค์สนใจต่อการก่อให้เกิดผลอันดีสำหรับผู้อื่นอยู่เสมอครับ
เรามาดูพระคำข้อต่อมากันครับ
(Philippians 2:1) If there be therefore any consolation in Christ, if any comfort of love, if any fellowship of the Spirit, if any bowels and mercies,
(Philippians 2:2) Fulfil ye my joy, that ye be likeminded, having the same love, being of one accord, of one mind.
(Philippians 2:3) Let nothing be done through strife or vainglory; but in lowliness of mind let each esteem other better than themselves.
(Philippians 2:4) Look not every man on his own things, but every man also on the things of others.
(Philippians 2:5) Let this mind be in you, which was also in Christ Jesus:
(Philippians 2:6) Who, being in the form of God, thought it not robbery to be equal with God:
(Philippians 2:7) But made himself of no reputation, and took upon him the form of a servant, and was made in the likeness of men:
(ฟิลิปปี 2:1) เหตุฉะนั้นถ้าได้รับการเร้าใจประการใดในพระคริสต์ ถ้ามีการหนุนใจประการใดในความรัก ถ้ามีส่วนประการใดกับพระวิญญาณ ถ้ามีการรักใคร่เอ็นดูและเห็นอกเห็นใจประการใด
(ฟิลิปปี 2:2) ก็ขอให้ท่านทำให้ความยินดีของข้าพเจ้าเต็มเปี่ยม ด้วยการมีความคิดอย่างเดียวกัน มีความรักอย่างเดียวกัน มีใจรู้สึกและคิดพร้อมเพรียงกัน
(ฟิลิปปี 2:3) อย่าทำสิ่งใดในทางทุ่มเถียงกันหรืออวดดี แต่จงมีใจถ่อมถือว่าคนอื่นดีกว่าตัว
(ฟิลิปปี 2:4) อย่าให้ต่างคนต่างเห็นแก่ประโยชน์ของตนฝ่ายเดียว แต่จงเห็นแก่ประโยชน์ของคนอื่นๆด้วย
(ฟิลิปปี 2:5) ท่านจงมีน้ำใจอย่างนี้ เหมือนอย่างที่พระเยซูคริสต์ทรงมีด้วย
(ฟิลิปปี 2:6) พระองค์ผู้ทรงอยู่ในสภาพพระเจ้ามิได้ทรงเห็นว่าการเท่าเทียมกับพระเจ้านั้นเป็นการแย่งชิงเอาไปเสีย
(ฟิลิปปี 2:7) แต่ได้ทรงกระทำพระองค์เองให้ไม่มีชื่อเสียงใดๆ และทรงรับสภาพอย่างผู้รับใช้ ทรงถือกำเนิดในลักษณะของมนุษย์
ผู้เชื่อจำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะมีใจถ่อมถือว่าคนอื่นดีกว่าตัว เราต้องผลักเอานิสัยเก่าที่รักแต่ตนเอง เอาแต่ประโยชน์ของตนเองออกไปเสีย สิ่งเหล่านี้ใช้เวลา และจำเป็นที่พระเจ้าต้องช่วยเหลือเราในเรื่องนี้ ใครที่มีปัญหาในเรื่องนี้ ทำไมไม่ลองอธิษฐานให้พระเจ้าช่วยดูครับ เห็นได้ชัดว่าพระเจ้าคาดหวังให้เรามอง และปฏิบัติต่อผู้อื่นเหมือนกับว่าพวกเขาดีกว่าตัวของเราเอง การเรียนรู้ที่จะให้ไม่มีชื่อเสียงใดๆสำหรับตนเอง เป็นสิ่งที่พระเจ้าคาดหวังต่อผู้เชื่อเช่นกันครับ
เรามาดูพระคำเพิ่มเติมกันครับ
(1 Corinthians 1:26) For ye see your calling, brethren, how that not many wise men after the flesh, not many mighty, not many noble, are called:
(1 Corinthians 1:27) But God hath chosen the foolish things of the world to confound the wise; and God hath chosen the weak things of the world to confound the things which are mighty;
(1 Corinthians 1:28) And base things of the world, and things which are despised, hath God chosen, yea, and things which are not, to bring to nought things that are:
(1 Corinthians 1:29) That no flesh should glory in his presence.
(1 Corinthians 1:30) But of him are ye in Christ Jesus, who of God is made unto us wisdom, and righteousness, and sanctification, and redemption:
(1 Corinthians 1:31) That, according as it is written, He that glorieth, let him glory in the Lord.
(1 โครินธ์ 1:26) พี่น้องทั้งหลาย จงพิจารณาดูว่า พวกท่านที่พระเจ้าได้ทรงเรียกมานั้นเป็นคนพวกไหน มีน้อยคนที่โลกนิยมว่ามีปัญญา มีน้อยคนที่มีอำนาจ มีน้อยคนที่มีตระกูลสูง
(1 โครินธ์ 1:27) แต่พระเจ้าได้ทรงเลือกสิ่งที่โลกถือว่าโง่เขลา เพื่อจะทำให้คนมีปัญญาอับอาย และพระเจ้าได้ทรงเลือกสิ่งที่โลกถือว่าอ่อนแอ เพื่อทำให้คนที่แข็งแรงอับอาย
(1 โครินธ์ 1:28) พระเจ้าได้ทรงเลือกสิ่งที่โลกถือว่าต่ำต้อย และสิ่งที่ถูกดูหมิ่น ทั้งทรงเลือกสิ่งเหล่านั้นซึ่งยังมิได้เกิดเป็นตัวจริงด้วย เพื่อจะได้ทำลายสิ่งซึ่งเป็นตัวจริงอยู่แล้ว
(1 โครินธ์ 1:29) เพื่อมิให้เนื้อหนังใดๆอวดต่อพระพักตร์พระองค์ได้
(1 โครินธ์ 1:30) โดยพระองค์ท่านจึงอยู่ในพระเยซูคริสต์ เพราะพระเจ้าทรงตั้งพระองค์ให้เป็นปัญญา ความชอบธรรม การแยกตั้งไว้ และการไถ่โทษ สำหรับเราทั้งหลาย
(1 โครินธ์ 1:31) เพื่อให้เป็นไปตามที่เขียนว่า `ให้ผู้โอ้อวด อวดองค์พระผู้เป็นเจ้า’
ก่อนจากกันในวันนี้ พระคำของพระเจ้าข้างต้นยังคงสอดคล้องกับสิ่งที่เราได้ศึกษากันมาในเรื่องการถ่อมตน ผู้เชื่อต้องเรียนรู้ และพัฒนานิสัยไม่เรียกร้อง และแสวงหาการสรรเสริญ การยกย่อง เชิดชูต่อตนเอง พระเจ้าอวยพรให้กับผู้ที่ถวายพระเกียรติและยกย่องพระองค์เป็นสำคัญ เราต้องจำไว้ว่าการรับใช้พระเจ้าในทุกๆเรื่อง เราต้องกระทำโดยมีทัศนคติที่ไม่คิดหวังผลครับ
สำหรับเนื้อหาโพสนี้ แอดมินเรียบเรียงมาจากบทเทศนา Humbling Yourself | Christian Character in Action – Lesson 3 ทุกคนสามารถเข้าไปรับฟังเพิ่มเติมกันได้ครับที่
https://www.youtube.com/watch?v=tgeD_zpjQD8
ขอพระเจ้าอวยพร
แอดมิน




Users Today : 5
Users Last 30 days : 356
Total Users : 10699